40วิธี ในการใช้ชีวิตช่วงฤดูฝนที่ประเทศญี่ปุ่น

1.ซื้อเครื่องปรับอากาศ แม้ว่าคุณอาจคิดว่าลงทุนซื้อรถน่าจะดีกว่า
2.ลองใช้พัดลมไฟฟ้าสักตัว (หรือสอง หรือสาม…หรือสิบตัว) พัดลมเป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมอีกอย่างหนึ่ง ถ้าคุณปรารถนาที่จะหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องปรับอากาศ เนื่องจากมันมีผลกระทบที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม *เคล็ดลับ: วางชามที่ใส่น้ำแข็งไว้ตรงหน้าพัดลม เพื่อให้ไอความเย็นพัดออกมา
3.ออกไปข้างนอก ใช้ประโยชน์จากเครื่องปรับอากาศในที่สาธารณะ และบนรถขนส่งสาธารณะ บนรถไฟ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ แน่นอนว่าคุณต้องจ่ายเงินเล็กน้อยเมื่ออยู่ที่เหล่านั้น แต่มันถูกกว่าที่คุณจะซื้อเครื่องปรับอากาศสักตัว (ถ้าในกรณีที่คุณไม่อยากซื้อจริงๆนะ)
4.อย่าออกไปข้างนอก ซึ่งเป็นกรณีที่ตรงข้ามกับข้อ2ที่กล่าวไป ถ้าคุณมีเครื่องปรับอากาศเป็นของตัวเอง ทำไมคุณจะไม่อยู่ที่บ้านล่ะ จริงไหม?
5.พกผ้าเช็ดเหงื่อไปด้วย ทุกคนใช้ผ้าเหล่านี้ คุณจะต้องการมันแน่นอน ในวันที่คุณลืมเอาผ้าไป เป็นวันที่คุณพลาดจริงๆ (ฉันรู้ แต่จริงๆนะ การลืมผ้าเช็ดเหงื่อนี่เป็นอะไรที่ลำบากมาก โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องการเช็ดเหงื่อของคุณออกไป แล้วเสื้อผ้าคุณก็จะเต็มไปด้วยเหงื่ออีกด้วย)
6.ดื่มน้ำเปล่ามากๆ พกน้ำเปล่าไปสักขวด แน่นอนว่าเครื่องจำหน่ายสินค้าแบบหยอดเหรียญในทุกที่ ทำให้เป็นไปไม่ได้เลยว่าเราจะขาดแคลนน้ำดื่ม แต่ทำไมไม่แสดงให้โลกรู้ไปเลยล่ะว่าคุณห่วงใยโลกของคุณ? โดยเฉพาะถ้าคุณมีเครื่องปรับอากาศเป็นของคุณเอง หรือการพกสิ่งของที่สิ้นเปลือง (แม้ว่าจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในประเทศญี่ปุ่น)
7.ซื้อพัดลมพกพาน่ารักๆ (団扇, uchiwa or 扇子, sensu) หรือแค่ไปรับพัดลมพลาสติกฟรี แจกที่ทางออกของสถานีรถไฟ
8.กินฮิยาชิ ชูอุกะ และซารุโซบะ และโซเมน โดยทั่วไปแล้วแค่กินบะหมี่เย็นก็พอ
9.ปล่อยใจไปกับซอล์ฟครีม นี่เป็นโอกาสของคุณในการลองรสชาติต่างๆของครีมที่คุณต้องการ เพื่อรับความเย็นจากตัวครีมด้วยเช่นกัน ต้องควบคุมน้ำตาล? ควบคุมอาหารอยู่? อา ก็ลองดูข้อ19 ลองโฟร โยพ หรือซอร์เบ็ทแทน
10. ใช้ร่ม ร่มไม่ได้ใช้กับฝนในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น! หน้าฝนเป็นอีกครั้งที่ต้องใช้ร่ม ดังนั้นร่มจึงมีประโยชน์สองอย่าง
11.ตั้งแคมป์ที่ชายหาด ถ้าในกรณีที่พื้นเริ่มสั่น ให้เรารีบวิ่งหนีออกห่างจากชายหาด
12.ตัดผม ให้สั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้
13.ยอมรับความจริง ที่ผมของคุณจะไม่อยู่ทรง และหงิกงอใน2-3เดือนถัดมา
14.ไปว่ายน้ำ (ไปทำเลย ไม่ต้องพูด)
15.มุ่งสู่ป่าเขา มันจะเย็นกว่า อย่างน้อยให้ไปเขาที่มีป่าไม้ ไม่ใช่ไปภูเขาที่ไม่มีต้นไม้อยู่เลย
16.ป้องกันตัวเองจากแมลงต่างๆ พวกมันมักจะมาเป็นฝูง
17.ซื้อมุ้งกันยุงไว้นอน ถ้าคุณเหมือนฉัน และเป็นที่ต้องตาต้องใจของยุงตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนกลางคืนในขณะที่หลับอยู่ ลองหาอะไรป้องกันดู (ลองดูบทความเกี่ยวกับการไล่ยุงด้านล่างนี้)
18.ถ้าคุณไม่ซื้อมุ้ง ก็ให้คุณยอมรับความจริงว่าคุณอาจจะหลับไม่สบาย เนื่องจากยุงมีมากในช่วงฤดูร้อน ถ้าคุณนอนตัวแข็งเหมือนหิน คุณจะโดนกัดอย่างแน่นอน ถ้าไม่นั้นคุณต้องเป็นคนที่โชคดีแน่ ถ้าคุณไม่โดนยุงกัดเลย ฉันหวังว่าฉันจะเป็นคุณ

*สำหรับคู่มือที่สมบูรณ์เกี่ยวกับวิธีการกำจัดยุงในช่วงหน้าร้อนที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ลองเข้าไปดูที่ A Survival Guide to Mosquito Repellent in Japan และสำหรับใครที่โดนยุงกัด ให้ลองเข้าไปดูที่ How to Find Anti-itch, Insect Medicine in Japan
19.ซื้อเครื่องทำไอศครีมจากเว็ปAmazon.jp (ต้องมั่นใจว่าช่องแช่แข็งของคุณมีเพียงพอก่อน หรือไม่คุณก็ต้องมีช่องแข่แข็งนะ….)
20. อาบน้ำ2ครั้ง (ไม่นะ นี่ไม่ใช่ต้นไม้ แต่คุณจำเป็นต้องอาบน้ำ)
21.แวะไปแช่ออนเซ็น หรือเซนโตะ เพื่อชำระล้างเหงื่อไคล และสิ่งสกปรกอื่นๆที่ติดตามร่างกายของคุณ
22.ยอมรับความจริงว่าผู้คนจะพูดคำว่า “atsui desu ne” (暑いですね, มันร้อน ใช่ไหมล่ะ) ซ้ำไปซ้ำมา ในช่วง2-3เดือนต่อจากนี้ แม้ว่าคุณ และพวกเขาเหงื่อออกกันทั้งห้อง มีคนจำนวนมาก รู้สึกอากาศมันซึมเซา และเห็นได้ชัดว่าคุณทั้งหมดรู้สึกท้อแท้เพราะอากาศที่ร้อน บางคนจะเริ่มส่งเสียงออกมาว่า “มันร้อน ใช่ไหมล่ะ
?”
23.อย่านั่งในโรงยิมของโรงเรียน กับนักเรียนทั้งหมด แล้วถ้าเมื่อประตูโรงยิมปิดด้วยแล้ว อย่าทำมัน
24.ดื่มโอชา (ชาเขียว) และมูกิชา (ชาเปล่า) และชาเย็นอย่างอื่นอีกมากมาย
25.ทาผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นตัว (เห็นได้ชัดว่าควรทำ)
*คุณสามารถหาผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นตัวได้ไหม? ลองดูบทความนี้ How to Find (Good) Deodorant in Japan
26.ออกไปเที่ยว ไปที่ที่ไม่ใช่ฤดูฝน หรืออยู่ในช่วงกลางของฤดูหนาว
27.ยอมรับความจริงว่าเหงื่อของคุณจะค่อนข้างออกบ่อย ถ้าคุณไม่พกผ้าเช็ดเหงื่อไปด้วย
28.ใส่เสื้อผ้าที่แห้งง่าย ใช้เงินไปกับการซื้อเสื้อผ้าตามร้านต่างๆ หรือแค่ไปร้านยูนิโคลก็ได้
29.เชื้อรามักจะมีในที่ต่างๆ พยายามทำให้พื้นที่ห้องของคุณมีอากาศระบาย นำอาหารไปแช่ช่องแข็ง
30.พกทิชชู่เปียก ทิชชู่เปียกเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยม และควรพกไปคลอดปี แต่คุณอาจพบว่ามันจำเป็นมากกว่าในช่วงฤดูร้อน เมื่อคุณออกไปข้างนอก

31.พกเสื้อผ้าไปเพิ่ม โดยปกติแล้วจะเป็นแจ็คเก็ตกันฝน ถ้าไม่ได้พกร่มไป ถุงเท้า หรือรองเท้าแตะที่พกง่ายไปเพิ่มด้วย เสื้อ และกางเกงที่นำไปเผื่อไว้ อาจมีประโยชน์ ถ้าคุณพบว่าตัวคุณเปียก (ไม่ว่าจากฝน หรือเหงื่อก็ตาม)
32.นำทิชชู่เป็นแพ็คติดไปด้วย ทุกคนจะเห็นว่าใกล้สถานีรถไฟมีจำหน่ายทั่วไป โดยที่คุณไม่รู้เลยว่าวันนึงคุณจำเป็นต้องมีมัน
33.ซื้อเครื่องปั่น
34.ทำน้ำปั่นด้วยเครื่องปั่น ซื้อผลไม้แช่แข็งจากร้าน The Flying Pig แล้วเพิ่มผัก ตามด้วยอะไรก็ได้ที่คุณชื่นชอบลงไปปั่นรวมกัน
35.ใส่รองเท้าแตะแบบยางยี่ห้อcrocs ทุกคนที่นี่ใส่กันหมด โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน และฤดูฝน มันกันน้ำ ถูก และ… ดูทันสมัย? เมื่ออยู่ในกรุงโรม…
36. ซื้อแผ่นแปะกันเหงื่อ
37.ดื่มน้ำเกลือแร่ และกินอาหารที่มีส่วนผสมของซอสถั่วเหลือง ต้องมั่นใจว่าคุณได้กินอาหารที่มีเกลือเพียงพอกับที่คุณเสียเหงื่อไป โดยเฉพาะถ้าคุณมีความดันเลือดต่ำ (แน่นอนว่าถ้าคุณมีความดันเลือดสูง ไม่ต้องทำสิ่งเหล่านี้)
38. อาบน้ำเย็น หรือแช่น้ำในอ่าง
39.ใช้เครื่องซักผ้า และเครื่องอบผ้า หรือเครื่องดูดความชื้น ที่จะช่วยให้เสื้อผ้า และที่นอนของคุณแห้ง ถ้าคุณจำเป็นต้องใช้มันโดยทันที คุณสามารถตากไว้ด้านนอก (เป็นธรรมเนียมปกติของคนที่นี่) แต่ต้องเตรียมใจไว้ว่าใช้เวลานานกว่าจะแห้ง
40.อยู่ที่เมืองฮอกไกโด ที่เมืองนั้นไม่มีแม้กระทั่งฤดูฝน (อา แต่ฤดูหนาวเป็นเรื่องที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง)

แล้วคุณล่ะ ผู้ติดตามที่อาศัยในประเทศญี่ปุ่น? คุณจะใช้ชีวิตอย่างไรในช่วงฤดูฝนนี้?

การรวมตัวของชาวญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อน 2011

ฤดูร้อนเป็นช่วงผ่อนคลายในประเทศญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีอุณหภูมิที่สูงในปีนี้ แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกร้อนขนาดนั้น ถ้าคุณติดตามSiJตลอดทั้งช่วงหน้าร้อน คุณอาจเห็นบทความหลายบทความที่เกี่ยวกับฤดูร้อนแล้ว แต่ถ้าคุณยังไม่เห็น หรือคุณพลาดบางบทความไป คุณสามารถเข้าไปดูได้ผ่านรายการด้านล่างนี้ ฉันได้รวบรวมลิงค์ที่เกี่ยวกับช่วงฤดูร้อนที่น่าสนใจไว้แล้วบนTwitter และFacebook ขอให้สนุกกับการอ่าน!

วิธีการป้องกัน และกำจัดแมลงสาบ
อะไรที่คุณสามารถทำให้เจ้าศัตรูตัวร้ายออกไปจากบ้านของคุณได้?

วิธีหาสระน้ำผ่อนคลาย หรือสวนน้ำในประเทศญี่ปุ่น
ถ้าคุณกำลังมองหาสถานที่ที่สนุกที่จะเพิ่มความร้อนให้ร่างกาย

7วิธี ในการไปดูหนังที่ประเทศญี่ปุ่น
นี่ไม่ใช่บทความที่เกี่ยวกับหน้าร้อน แต่ช่วงนี้เป็นช่วงของการดูหนัง ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะโรงภาพยนตร์มีเครื่องปรับอากาศ

วิธีอยู่แบบเย็นสบายโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ “พัดลมเย็น” หรือ……
ประหยัดเงินของคุณ และได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าพัดลมทั่วไป

วิธีค้นหาเทศกาลดอกไม้ไฟ(……) ในช่วงฤดูร้อนนี้
เทศกาลดอกไม้ไฟ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของฤดูร้อนในประเทศญี่ปุ่น ดังนี้นี่คือวิธีการหาเทศกาลดอกไม้ไฟ

คู่มือในการเลือกซื้อครีมกันแอดในประเทศญี่ปุ่น
อะไรคือP++? มันแตกต่างอย่างไรกับUVB และ UVA? คุณสามารถหาซื้อครีมกันแดดแบบกันน้ำได้ไหม? อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

6เหตุผลที่คุณควรใช้ถ่านใบไผ่ (ทาเกะซูมิ)
อย่าประเมินค่าของคุณภาพใบไผ่ต่ำไป โดยเฉพาะถ่านใบไผ่

ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่น: อะไรอยู่ข้างในผลิตภัณฑ์ อไรดีที่สุด และอะไรที่คุณคิด
หัวข้อนี้เป็นหัวข้อที่เราต้องมาถกเถียงกัน อะไรที่คุณรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นกาย และผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อ? คุณอาจจะตกใจก็เป็นได้…

คู่มือการอยู่รอดในการไล่ในประเทศญี่ปุ่น
ทำอย่างไรให้ยุงไปอยู่ในอ่างน้ะ

วิธีหายาแก้อาการคัน แมลงกัดต่อย ในประเทศญี่ปุ่น
ถ้าคุณโดนกัด ทั้งๆที่คุณพยายามป้องกันสุดความสามารถแล้ว ลองดูที่บทความนี้ว่าอะไรสามารถช่วยคุณลดปัญหาเหล่านี้ได้บ้าง

ด้านล่างนี้เป็นลิงค์น่าสนใจที่เกี่ยวกับฤดูร้อน

การไล่ความร้อนจากรถที่เหมือนเตาอบ ด้วยกลยุทธ์ของประตูญี่ปุ่น

แค่อากาศร้อนเอง! หนีเครื่องปรับอากาศเท่าที่คุณสามารถทำได้

สู้อากาศร้อนด้วยการออกไปปีนเขา ทั้งหมดที่เมืองโตเกียวสามารถอ่านได้ที่CNNGo

ดื่มน้ำเย็น และอาหารที่เย็น เพื่อเอาชนะความร้อน อ่านได้ที่Japan Pulse

ประหยัดพลังงานในห้องครัว ช่วงฤดูร้อนนี้ I Japan Times

อุปกรณ์ล่าสุด และเยี่ยมสุดของการเก็บความเย็นใน อ่านได้ที่Japan Pulse

หวังว่าคุณจะเพลิดเพลินไปกับช่วงสัปดาห์ที่เหลือในหน้าร้อนนี้นะ (ถึงแม้อากาศจะร้อนมากก็ตาม)!

24 วิธีที่จะอยู่ในประเทศญี่ปุ่นอย่างอบอุ่นในหน้าหนาว

ดังนั้น คุณเตรียมบ้านของคุณในประเทศญี่ปุ่นให้ดีที่สุดเท่าที่คุณสามารถทำได้ในช่วงฤดูหนาว และคุณต้องมีเครื่องทำความร้อนหนึ่ง หรือสองตัวด้วย หรือในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า โต๊ะโคะตาสึ ไว้เก็บความอบอุ่น มีอะไรบ้างที่คุณสามารถทำเพื่อใช้ชีวิตอยู่ในช่วงหน้าหนาวในประเทศญี่ปุ่น

หมายเหตุ: ลิงค์amazonด้านล่างนี้ได้ถูกรวมเอาไว้แล้ว ไม่ใช่ลิงค์ของAmazonไม่มีในที่นี้

1. ยี่ห้อแคร์รี่ หรือไคโระ (カイロ) โต๊ะให้ความอบอุ่น ขนาดเล็ก (ประมาณฝ่ามือ) เป็นชนิดใช้แล้วทิ้ง คุณต้องเปิด และเขย่ามันก่อนใช้ มันสามารถอยู่ได้ประมาณ2-3ชม. คุณสามารถใช้วางไว้ในรองเท้า รอบเข่า รอบเอว หรือแม่กระทั่งรอบข้อมือ นี่เป็นตัวอย่าง
ฉันสังเกตว่าเทรนด์ของอีโค ไคโร (エコカイロ) ในปีนี้ ชนิดแบบอีโคมีมากมาย แต่บางชนิดมีเจลอยู่ด้านใน และคุณต้องอุ่นมันไว้ในไมโครเวฟก่อน บางชนิดก็ใช้แบตเตอรี่ (ฉันไม่แน่ใจว่าชนิดนี้ประหยัดแค่ไหน)

2.ใช้ผ้าห่มแบบรัด ไม่ว่าคุณจะทำวาน หรืออยู่บ้าน ผ้าห่มที่มีขนาดเล็กกว่านี้นั้นมีประโยชน์ในการพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก
ต้องมองหาคำว่า ひざかけ (膝掛け)

3.หรือผ้าห่มอวกาศ พวกมันไม่เพียงแต่เป็นประกาย ยังดูเหมือนบางอย่างในโลกอนาคตอีกด้วย (คุณสามารถหาซื้อได้ด้วยเช่นกัน) ผ้าห่มชนิดใช้สำหรับคลุมรางกาย ให้หาคำว่าスペースケット

4.หรือผ้าห่มไฟฟ้า ลองหาคำว่า電気毛布 (でんきもうふ, denkimoufu)

5.ใช้ถุงน้ำร้อน (湯たんぽ, ゆたんぽ) ใช้ได้ดีโดยเฉพาะกับเท้าที่เย็น

6.รับกระทานอาหารปรุงร้อน เช่นนาเบะ แกงกะหรี่ ราเมน หรืออาหาปรุงรร้อนชนิดอื่นๆ อาหารจานไหนเป็นจานดปรดของคุณ?

7.ดื่มชาร้อนเยอะๆ โดยเฉพาะถ้าที่ทำงานของคุณมีบริการชาร้อนให้ฟรี

8.ดื่มเครื่องดื่มร้อน จำไว้ว่าเครื่องจำหน่ายสินค้าแบบหยอดเหรียญ และร้านสะดวกซื้อ มีส่วนของ”เครื่องดื่มร้อน”จำหน่ายอยู่ (ส่วนใหญ่จะมรฉลากสีแดงติดอยู่ และมีคำว่าあったかいหรือที่แปลว่า “เครื่องดื่มร้อน” ในขณะที่เครื่องดื่มเย็นจะมีฉลากสีฟ้าติดอยู่ แล้วเครื่องจำหน่ายสินค้าแบบหยอดเหรียญนั้น จะเปลี่ยนสินค้าภายในไปเรื่อยๆตามสภาพอากาศ)

ตอนฉันมาถึงประเทศญี่ปุ่นครั้งแรก ฉันไม่รู้เลยว่าเราสามารถซื้อเครื่องดื่มร้อนจากเครื่องจำหน่ายสินค้าแบบหยอดเหรียญได้ และเมื่อฉันเลือกชาเย็น คิดดูนะว่าฉันแค่กดเลือกชาไปแบบธรรมดาจากเครื่องจำหน่ายสินค้าแบบหยอดเหรียญ คนที่อยู่ข้างฉันมองมาทางฉัน แล้วทำหน้าตกใจอย่างที่สุด

“คุณไม่อยากดื่มเครื่องดื่มร้อนๆหรอ” เธอถามฉัน

“อะไรนะคะ? มีเครื่องดื่มร้อนๆด้วยหรอคะ?”

“ใช่สิ” เธอชี้ไปที่เครื่องดื่มที่มีฉลากสีแดงติดอยู่ “พวกนี้แหละ เป็นเครื่องดื่มชนิดร้อน”
“ฉันพลาดไปได้อย่างไรเนี่ย…”

ฉันไม่มั่นใจว่ามีแต่ฉันคนเดียวไหมที่เป็นแบบนี้ แต่ฉันไม่เคยไปแตะเครื่องจำหน่ายสินค้าแบบหยอดเหรียญ เพื่อซื้อเครื่องดื่มชนิดร้อน ตอนที่อยู่ที่อเมริกาเลย ส่วนใหญ่เครื่องเหล่านี้จะตั้งอยู่ที่โรงเรียน หรือสถานพยาบาล และอื่นๆใครต้องการเครื่องนี้ในร้านกาแฟ ตามถนนทุกแห่งบ้าง? ไม่ว่าอย่างไรก็ตามฉันมาจากซีแอตเติล

9.ชุดฮีทเทคจากร้านยูนิโคล่ ร้านไหนที่คุณจะซื้อชุดใส่ข้างใน ถ้าไม่ใช่จากร้านยูนิโคล่ ขนสัตว์ หรือไหม ก็เป็นวัสดุชั้นดีเช่นกัน (คุณจะไม่รู้สึกคัน ขนสัตว์มีน้ำหนักเบา ขนแกะก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน) ถ้าคุณรู้สึกหนาวจนทรมานเหมือนฉัน คุณจะขอบคุณเสื้อขนสัตว์เหล่านี้แน่นอน!

10. วัสดุของชุดตัวนอก ในขณะที่คุณกำลังเลือกซื้อชุดข้างในตัวยาวอยู่นั้น บอกตัวเองว่าให้ซื้อเสื้อโค้ทอบอุ่นในหน้าหนาวด้วย ฉันแนะนำให้ซื้อแบบไหนก็ได้ที่ทำจากขนเป็ด ร้านยูนิโคล่ และร้านมูจิก็มีเสื้อพวกนี้จำหน่ายด้วยเช่นกัน แต่นี่เป็นความลับนะ ร้านเซียร์รา เทรดดิ้ง โพสท์ ลดกระหน่ำบ่อยมาก สำหรับแจ็คเก็ตขนเป็ด (ฉันไม่ได้โฆษณาให้เสื้อพวกนี้นะ) แต่ก็ต้องระมัดระวังถ้าคุณอยากได้เสื้อที่มีขนมาประดับ อย่างการสั่งตัด อาจทำให้ได้ถ้าคุณสั่งจากทางร้านให้มาจัดส่งโดยตรง

11.อย่าลืมที่ครอบหู หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอ ฉันชอบที่ครอบหูของร้านมูจิจริงๆ โอ้ แล้วก็ผ้าพันคอด้วย ในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ストール หรือ マフラー
12.โทรศัพท์ และไอแพดได้ แล้วยังให้ความอบอุ่นกับนิ้วของคุณด้วยเช่นกัน (ฉันเคยเห็นที่ร้านLoft และร้านTokyu Hands)
13.แวะไปที่ร้านาSento(銭湯, せんとう) หรือร้านOnsen (温泉, おんせん)ที่ใกล้บ้านคุณที่สุด นี่เป็นสิ่งที่ต้องทำในฤดูหนาวเลยนะ
14.ใช้ผลิตภัณฑ์อย่าง Kairo บนผิวของคุณ เช่น “温熱シート” (เหมือนแผ่นแปะความร้อน) หรือ “こしカイロ” (แผ่นแปะหลังให้อุ่น) หรือ “ゆたぽん” ที่มีเจลอยู่ในผลิตภัณฑ์ เพื่อนำเข้าไมโครเวฟ และสามารถใช้วางไว้ที่รอบไหล่ เท้า และที่อื่นๆ เพื่อให้ความอุ่นกับคุณได้ ลองดูที่นี่ มีไอเดียมากมาย หรือเข้าไปที่ร้านขายของชำ หรือร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านของคุณ (หรือร้านLoft ร้านTokyu Hands เป็นต้น)
15.ขึ้นรถไฟ ในนั้นอุ่น คุณจะรู้สึกอุ่นขึ้นมาทันที
16.เคลื่อนไหวร่างกาย ปั่นจักรยาน เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ เล่นยิม หรือแม้กระทั่งการทำงานบ้าน จะช่วยทำให้คุณอุ่นขึ้นเล็กน้อยกว่าการนั่งอยู่เฉยๆ (อย่างการอุ้มเด็กทั้งวัน….)
17.ถ้าคุณมีฟูกนอน แล้วเครื่องเป่าฟูกล่ะเป็นยังไง? เพื่อนรักของฉันชื่อ Sally บอกว่าเครื่องเป่าฟูกได้ผลดีสำหรับเป่าฟูกให้อุ่นก่อนนอน ลองดูที่ ふとん乾燥機 (ふとんかんそうき, futon kansouki)
18.ลองใช้Hanten (はんてん) อธิบายโดยคุณAndrea

งานแสดงการจัดหางานของคนญี่ปุ่นเพื่อบุคคลทุพพลภาพ และนักศึกษาต่างชาติ

งานนี้ก็เหมือนงานอื่นๆที่เป็นสัมมนาด้านการคัดเลือกบุคคลการเพื่อเข้าทำงาน บริษัทได้เปิดรับสมัครงานโดยการดูจุดแข็งของผู้สมัคร และคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติตรงกับที่บริษัทต้องการ
แต่มีงานสัมมนาหนึ่งงานที่จัดขึ้นกลางเดือนกันยายน ในกรุงโตเกียว โดยมีจุดประสงค์เพื่อบุคคลทุพลภาพ ในขณะที่อีกงานเกี่ยวกับนักเรียนชาติเอเชียในประเทศญี่ปุ่นที่ต้องการทำงานในบริษัทญี่ปุ่น
ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีอย่างต่อเนื่องในประเทศญี่ปุ่น บริษัทหลายแห่งกำลังมองหาแรงงานหลากหลายประเภท ประกอบไปด้วยคนที่ป่วยทางจิต และคนต่างชาติ ด้วยความพยายามที่จะขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ
นอกจากนั้นยังมีแนวโน้มว่าจะปรับเปลี่ยนแผนการนี้ให้ถูกกฎหมาย ตั้งแต่เดือนเมษายน จะมีผลบังคับใช้กับบริษัทต่างๆ เพื่อจ้างคนที่ป่วยทางจิต และผู้พิการด้านอื่นๆ เพื่อกระตุ้นการจัดตั้งอุตสาหกรรม เพื่อจัดงานการแสดงการจัดหางานนี้ บริษัทถูกคาดหวังให้คัดเลือกคนที่ป่วยทางจิตเข้าทำงานเพิ่ม รวมไปถึงคนที่มีปัญหาด้านกายภาพด้วย หรือผู้พิการที่มีความสามารถสูง
เพื่อการจ้างงานที่แตกต่างกันออกไป บริษัทจึงจัดงานนี้ขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการหลายรูปแบบ และเพื่อผู้ถูกจ้างที่มีความสามารถ
บริษัทNode ตัวแทนของบริษัทManpower มีกลุ่มเป้าหมายไปที่นักศึกษาต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่บริษัทที่เข้าร่วมงาน จะเป็นสมาชิกของสมาคมชาติเอเชียใต้ ผู้ที่จัดงานสัมมนาขึ้นมาที่กรุงโตเกียวในช่วงกลางเดือนกันยายน มีทั้งหมด7บริษัทที่เข้าร่วม รวมไปถึงในด้านของการพยาบาล และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
กลุ่มของนักศึกษาที่เข้าร่วมงาน มีประมาณ 30 ประเทศ จากประเทศอาเซียน รวมถึงประเทศเวียดนาม และประเทศไทย
ในงานสัมมนา บริษัทที่เข้าร่วมจะได้รับการอธิบายคร่าวๆเกี่ยวกับการทำสัญญาอนุญาตให้ทำงาน (work permit) เพื่อผลประโยชน์ของผู้ถูกจ้างชาวต่างชาติ ในขณะที่นักศึกษาได้รับคำแนะนำเรื่องการสัมภาษณ์งานไปด้วย
“พวกเรากำลังมองหาทรัพยากรมนุษย์ที่สามารถมาทำงานกับเราได้ เมื่อตอนเราก้าวไปสู่ตลาดอาเซียน” บริษัทหลักทรัพย์ Tact Home ในกรุงโตเกียวกล่าว
นักศึกษาต่างชาติได้รับการต้อนรับอย่างดี
“ฉันต้องการทำงานในภาคที่ฉันสามารถใช้ทักษะความรู้ด้านการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อม ฉันอยากแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศญี่ปุ่น และประเทศไทย” นักศึกษาหญิงจากประเทศไทยผู้ที่เข้าร่วมงานสัมมนา กล่าว
ตั้งแต่งานนี้จัดขึ้นตั้งแต่ปี2014 บริษัทNode ได้จัดงานสัมมนาจัดหางานกว่า 10งานแล้ว โดยเชิญนักศึกษาจากประเทศบรูไน ประเทศกัมพูชา ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศลาว ประเทศมาเลเซีย ประเทศพม่า ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศไทย และประเทศเวียดนาม แล้วยังมีบริษัทที่สนใจจ้างงานพวกเค้าอีกด้วย
ตามที่รัฐบาลให้การสนับสนุนองค์กรกิจการนักศึกษาในประเทศญี่ปุ่น จำนวนนักศึกษาต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นโดยรวมทั้งหมด 239,287 คนในเดือนพฤษภาคม 2016 เพิ่มขึ้น 14.8% จากปีก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะนักศึกษาจากประเทศอาเซียน คิดเป็นมากกว่า1ส่วน4ของนักศึกษาทั้งหมด
“จากการสอบถามจากบริษัทที่กำลังหาแรงงานที่พร้อมในการทำงาน มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนๆ” บริษัทNodeกล่าว
อีกส่วนหนึ่งของงานสัมมนาช่วงเดือนกันยายน บริษัทคัดเลือกบุคคลากรเข้าทำงาน ได้จัดส่วนของการสัมภาษณ์งานเพื่อคัดเลือกบุคคลทุพพลภาพเข้าทำงาน โดยจัดให้มีบริษัททั้งหมด20แห่ง และงานทั้งหมด 40งาน
“จากที่ดูตารางการจ้างงานของคนที่มีปัญหาทางจิต พวกเราต้องการให้รักษาแรงงานที่มีความสามารถ เพื่อการทำงานระยะยาว” กล่าวโดยคุณ เคซูเกะ โทโคโยะ ประธานบริษัท Takes
“จากการประชุมกับผู้สมัครโดยตรงนั้น เราสามารถรู้ได้เลยว่า คนไหนมีบุคลิกภาพอย่างไร และมีลักษณะนิสัยอย่างไร รู้ในส่วนที่เราไม่สามารถอ่านเจอได้บนฟอร์มสมัครงาน” โทโคโยะ กล่าว หลังจากเข้าร่วมสัมภาษณ์
ผู้ที่หางานได้รับผลประโยชน์จากงานเหล่านี้ เพราะว่าพวกเขาได้รับข้อมูลมากมายเกี่ยวกับงานหลายงานในเวลาเดียวกัน
“ฉันดีใจที่ฉันสามารถติดต่อได้หลายบริษัท” หนึ่งในผู้เข้าร่วมกล่าว อีกคนกล่าวว่า “ฉันรู้สึกดีที่ได้รู้ว่าฉันสามารถทำงานในบริษัทแต่ละแห่งได้อย่างไร”
บริษัทLitalico ผู้ให้บริการทางด้านการจัดหางาน และการศึกษา สำหรับบุคคลทุพพลภาพ กล่าวว่า การตอบรับของบุคคลเหล่านี้ ในการมาสัมภาษณ์งานนั้นได้รับการตอบรับอย่างดี
บริษัทที่เป็นเจ้าภาพร่วมในงานเดือนกันยายน กับบริษัทสรรคาบุคลากรเพื่อเข้าทำงาน
“พวกเราจะจัดการการสัมภาษณ์ให้มีมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแต่จัดที่กรุงโตเกียว แต่พวกเราจะไปจัดในเมืองอื่นๆด้วยเช่นกัน เพื่อสร้างงานให้แก่บุคคลทุพพลภาพได้อย่างทั่วถึง” บริษัทดังกล่าว ได้กล่าวไว้

การสร้างเพื่อนบนโลกอินเตอร์เน็ตในประเทศญี่ปุ่น

ในปี2015 หัวหน้างานหลักของแคมเปญ 500 Startupsในประเทศญี่ปุ่น อย่าง เจมส์ รีนีย์ ได้เขียนข้อสังเกตว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงไม่ใช้ Linkedln และทำไมเครื่องมือนี้ไม่มีประโยชน์ใดๆเลยสำหรับการประกอบธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น เค้าสังเกตว่า นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นใช้ Facebook และTwitter แทน
รีนีย์ สันนิฐานว่า Linkedln ไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากเหตุผลแรก เมื่อนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นสร้างความสัมพันธ์กันในครั้งแรกนั้น พวกเขาสร้างโดยการพบปะกันแบบตัวต่อตัว และเหตุผลที่สองคือ การเปิดเผยประวัติของตนเองในที่สาธารณะนั้น คนญี่ปุ่นมองว่าคนเหล่านั้น ‘โอ้อวด’

เค้ากล่าวว่าแทนที่คนญี่ปุ่นจะใช้ Linkedln แต่กลับไปใช้Facebook ซึ่งออกแบบมาให้สามารถพิมพ์อะไรก็ได้ โอ้อวดอะไรลงไปก็ได้ ดังนั้น Facebookจึงเหมาะสมกับจิตใจของคนญี่ปุ่นมากกว่า
“คนญี่ปุ่นไม่ลงข้อความใดๆลงLinkedln เนื่องจากเจ้านายของพวกเขาอาจเห็นได้”
พวกเราเห็นด้วยอย่างยิ่งกับเหตุผลเหล่านี้ พวกเราเริ่มเล่นLinkedln เมื่อประมาณปี2006 และการขาดแคลนการสื่อสารกันในชุมชน เป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจน
ไม่เพียงแต่ไม่มีคนญี่ปุ่นที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้ แต่ส่วนมาจะแสดงออกมาเป็นสากล ทำให้พวกเขาเป็นผู้เล่นที่มีประสิทธิภาพในชนกลุ่มน้อย พวกเราอาจขยายความตามที่รีนีย์กล่าวไว้ได้ ดังนี้

• ในความเป็นจริงแล้ว คนญี่ปุ่นมีความเป็นส่วนตัว ไม่ชอบให้ทุกอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะ
นี่คือสังคมที่มีการแข่งขันระดับสูง และการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวต่อผู้อื่น อาจทำให้ตัวคุณถูกโจมตี หรือเป็นผลเสียต่อตัวคุณในภายหลังได้ ตัวอย่างเช่น ในสถานที่ที่คุณไปโรงเรียน อาชีพอิสระ หรือแม้กระทั่งการขาดประสบการณ์ทางด้านต่างประเทศของคุณด้วย

• มันเป็นโลกภายนอกที่วุ่นวาย และการแข่งขันในสังคม ก็เป็นผลมาจากการไม่เป็นที่ยอมรับทางสังคม
การมีชีวิตสั้น และนักธุรกิจส่วนใหญ่มีความสุขกับฐานลูกค้าที่พวกเค้ามีอยู่แล้ว มันเป็นจิตวิทยาเมื่อบริษัทใหม่คัดเลือกพนักงานเข้ามา ในขณะที่พวกเขาถูกบังคับให้ทำงานในระยะเวลา 3ปี ถึง 5ปี (โดยการใช้แรงงานอย่างหนัก) เริ่มจากการจี้ให้คุณเร่ขายสินค้า
• ถึงแม้เหตุผลหลักอาจเกิดจากที่คนญี่ปุ่นไม่เปิดเผยข้อมูลลงบนLinkedIn เพราะเจ้านายของพวกเค้าอาจจะเห็นได้
ความจริงแล้ว การเปิดเผยประวัติส่วนตัวบนโลกออนไลน์ จะสามารถทำให้คุณได้มองหางานใหม่ ถ้าคุณรู้ว่ามีความเป็นไปได้ต่ำมากที่เจ้านายของคุณจะเลื่อนขั้นให้คุณ

ความท้าทาย
ข้อสุดท้ายของการหาโอกาสในการทำงาน คือ ในความคิดเห็นของพวกเรา LinkedIn มีความท้าทายมากที่สุด
รูปแบบอื่นๆ เป็นการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานในขั้นต้น โดยใช้รูปแบบของการนำประวัติส่วนตัวเป็นหลักฐาน และผู้คัดเลือกที่แตกต่างกันหลายคน แต่ในประเทศญี่ปุ่น ไม่มีการสนับสนุนที่เพียงพอ เพื่อฝึกคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงาน ดังนั้นกระบวนการเหล่านี้ต้องล้มเลิกได้แล้ว
จากประสบการณ์ พวกเราพบว่าผลลัพธ์ของโฆษณาตำแหน่งว่างงานบนLinkedIn มีราคาแพง และเสียเวลาถ้าคุณต้องการคนญี่ปุ่น พื้นฐาน แต่สำคัญ ยกเว้นว่าถ้าคุณต้องการการศึกษาสองภาษา หลังจากนั้นคุณภาพของผู้สมัครจะค่อนข้างดี แต่จำนวนของผู้สมัครจะมีเพียงน้อยนิด

LinkedIn จำเป็นต้องคิดทบทวนอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรให้ประวัติการทำงานถูกนำเสนอ และสอนให้คนญี่ปุ่นที่กำลังหางานอยู่เรียนรู้ในการใช้เว็บไซต์ดังกล่าวในทางที่ไม่ทำให้เจ้านายรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง
ถ้าLinkedInสามารถทำสิ่งเหล่านั้นได้ จะไม่มีรูปแบบไหนที่เหลือให้บริษัทท้องถิ่น ดังนั้นพวกเขายังคงมีโอกาสที่จะสร้างธุรกิจที่เหมาะสมที่นี่

ปัญหาอีกอย่างสำหรับผู้ใช้ในวงการธุรกิจของญี่ปุ่น (และที่ไม่ใช่คนญี่ปุ่นที่นี่) นอกจากรายละเอียดที่หาแหล่งที่มาไม่ได้ คือเข้าใจว่าLinkedIn สามารถคุยกันได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าตอนนี้ยังไม่มี ความจำเป็นนี้ ต้องค่อยๆพัฒนามารูปแบบการสื่อสารไปด้วย หลังจากนั้นก็เพิ่มบางอย่างที่เป็นแบบรูปธรรมมากขึ้น
การด้อยการศึกษาเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง และLinkedIn จำเป็นต้องจัดการกับปัญหาบางอย่างที่บริษัทดูเหมือนจะไม่สนใจกับปัญหานี้เลย อย่างที่เห็นจากผลลัพธ์ คุณได้รับการคัดเลือกให้ไปเป็นพนักงานขายตรง ซึ่งต้องพยายามทำยอด โดยการรบเร้าให้มาเจอกัน และตกลงทำสัญญา ซึ่งไม่มีแม้แต่การสร้างความสัมพันธ์กันก่อนเลย
โดยเฉพาะผู้ทำงานด้านการจัดหาบุคคลมาทำงาน เข้าใจจุดที่เป็นรากฐาน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเรา และคนอีกจำนวนมากที่เหมือนพวกเราปฏิเสธการติดต่อกับผู้จัดหางานพวกนี้ ไม่สามารถควบคุมได้

ความเคารพ
อีกส่วนหนึ่งของธรรมเนียมปฏิบัติ คือการให้เกียรติผู้อื่น โดยการคงส่วนของประวัติเอาไว้ และแจกจ่ายไปตามกลุ่มต่างๆ เพื่อรักษาชื่อเสียง และคัดเลือก ในฐานะของผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ไหนที่คุณต้องการ เพื่อที่จะสามารถเข้าถึงคุณได้
เพราะคนญี่ปุ่นจำนวนมากสร้างประวัติ LinkedIn ขึ้นมา แต่ไม่ได้ใช้มันอย่างจริงจัง พวกเขาเข้ามา เปิดเผยข้อความที่ไม่เป็นความจริง และทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คนใช้ที่เหมือนพวกเราจำนวนมากจะปฏิเสธการติดต่อ เพราะว่าการขอดูประวัติของสมาชิกนั้น ดูเหมือนว่ามันถูกเขียนขึ้นโดยแก๊งค์ชาวไนจีเรีย
นอกจากนั้น มีประวัติจำนวนมากบนLinkedIn บางอย่างบริษัทเพิกเฉยกับเอกสารพวกนี้ แต่เห็นได้ชัดว่าทางบริษัทรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตั้งแต่ที่พวกเค้ามีตัวเลือกเสริม ที่สามารถช่วยคุณรายงาน.คนที่เลียนแบบคุณได้โดยเฉพาะ
คุณสามารถพบเห็นพวกเขาได้อย่างง่ายดาย เพราะรูปของคนที่มีบุคลิกภาพที่ดี และมีกลุ่มคนที่มีหนังสือรับรอง แต่อ่านหนังสือไม่ออก
หรือพวกลาออกจากการเป็นทนายความ มาทำงานเป็นผู้จัดการธนาคารแทน (ต้องการให้เงินคุณ 10USดอลลาร์) โชคไม่ดีคนญี่ปุ่นทั้งหมดเชื่อคนง่าย คุณจะพบเห็นสมาชิกชาวญี่ปุ่นไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของพวกแก๊งมิจฉาชีพ บางทีพวกมันใช้ชื่อ และที่อยู่ของคนอื่นเพื่อทำการโกง

Linkedln ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีประโยชน์สำหรับหาพนักงานที่สามารถใช้ได้สองภาษา ตั้งแต่มีการแข่งขันอย่างดุเดือดในการหาสมาชิกยังคงเข้ามาตรวจดู และต้องการงานจริงๆ มันมีเทคนิคอีกหลายอย่างในการหางานผ่านช่องทางนี้
ตัวอย่างเช่น พวกเราจะไม่มุ่งหาคนที่กำลังหางาน เพราะคนเหล่านั้นไม่ได้รับการจ้างงานเพราะด้วยเหตุผลบางอย่าง ดังนั้นเราชอบที่จะอยู่เฉยๆดีกว่า
แต่เราจะมุ่งเน้นไปที่บุคคลที่สามารถใช้ภาษาได้2ภาษา แล้วยังจบการศึกษาจากต่างประเทศ อีกทั้งหลังจากกลับมาประเทศญี่ปุ่น ก็เชื่อฟังแม่ของตนเอง จากนั้นหางานที่บริษัทมีชื่อเสียงทำ
ประมาณ 12-18เดือนหลังจากนี้ คนเหล่านี้จะเริ่มมีความคิดที่จะเปลี่ยนงาน เนื่องจากว่าพวกเขาเริ่มค้นพบความเคี่ยวของเจ้านายญี่ปุ่น (ชั่วโมงการทำงาน เจ้ายศเจ้าอย่าง กฎระเบียบ เงินเดือนต่ำ การคุมคามทางเพศ และอื่นๆ) ซึ่งแตกต่างไปจากที่พวกเขาได้เรียนรู้มาจากการเรียนที่ต่างประเทศ

ความถูกต้อง
เหตุผลข้อที่สองของ Linkedln ในประเทศญี่ปุ่นคือ มีประโยชน์กับการนำเสนอได้อย่างละเอียด น่าเชื่อถือ และเผยแพร่ประวัติที่ถูกต้องไปทั่วโลก
การทำธุรกิจกับบริษัทต่างประเทศในญี่ปุ่น พวกเรามักประหลาดใจทุกครั้งกับจำนวนของธุรกิจที่ทำการติดต่อ เป็นคู่ค้ากับบริษัทต่างประเทศ ซึ่งพัฒนาไปอย่างรวดเร็วด้วยการตรวจสอบข้อมูลจากLinkedlnนั่นเอง
มันอาจดูชัดเจน แต่Linkedln เป็นตัวแทนของนานาชาติที่คุณจำเป็นต้องมีการตัวตน สถานที่ตั้งของที่ทำงานจริง และสามารถเชื่อถือได้
ทำอย่างไรให้ประวัติของคุณเชื่อถือได้? คุณต้องใส่ประวัติการทำงาน ผลงานที่ผ่านมาของคุณลงไปด้วย (ดูได้จากLinkedlnของนายรีนีย์ ในหัวข้อ ‘หนังสือ’) และใส่ประวัติให้สมบูรณ์ ต้องมีการรับรองที่มาที่ไปของข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ และจดหมายแนะนำจากแหล่งที่เชื่อถือได้อีกเช่นเคย
Linkedln จำเป็นที่กลุ่มนักธุรกิจญี่ปุ่น จำเป็นต้องศึกษา เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์บริษัทของตนเอง และเพื่อรองรับการส่งออกอีกด้วย

อย่างที่3 และเป็นข้อดีข้อสุดท้าย แต่โชคไม่ดีที่Linkedln นั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับการโฆษณาจำนวนมาก จึงทำให้มีผู้ใช้ลดลงอย่างรวดเร็ว
กลุ่มคนที่นิยม ที่เป็นแหล่งข้อมูลชั้นดี ถ้าคุณสามารถใส่โฆษณาลงไปที่หัวข้อ ‘Business in Japan’ ซึ่งในปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ในกลุ่มนี้ประมาณ 54,518คน อาจเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มLinkedlnที่ใหญ่ที่สุดที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารของประเทศญี่ปุ่น
เทอร์รี่ ลอยด์ ผู้ประกอบการที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ประกอบการด้านเทคโนโลยี และสื่อมาเป็นระยะเวลานาน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เค้าเข้าไปโพสท์สิ่งต่างๆทุกสัปดาห์

วิธีการรักษาอาการคัน และยาแก้แมลงกัดต่อยในประเทศญี่ปุ่น

บทความนี้เป็นบทความที่ต่อเนื่องจากบทความเรื่อง ‘คู่มือการไล่ยุงในประเทศญี่ปุ่น’ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องดังกล่าว ที่พยายามทำแล้ว แต่อาจจะยังคงเกิดอาการคันอยู่ รู้สึกรำคาญที่ถูกกัด (ฉันเข้าใจความรู้สึกนั้นดี) อพาร์ทเม้นท์แรกของฉันในประเทศญี่ปุ่นถูกโจมตีด้วยยุงมากมาย เนื่องจากมีหนองน้ำอยู่ข้างอพาร์ทเม้นท์ ทั้งที่ฉันใช้ความพยายามสุดความสามารถของฉันแล้ว แต่ฉันก็ไม่สามารถกำจัดยุงออกไปได้ (ถึงแม้ว่าฉันจะพยายามหนีพวกมันแล้ว แต่ก็ยังเป็นที่สนใจของยุง พวกมันติดฉันมากกว่าสามีของฉันอีก!)

ฉันเคยแวะไปร้านขายยาในช่วงเดือนแรก ฉันมาด้วยความหวังที่จะหาครีมทาแก้อาการคันสำหรับยุงกัด แต่ฉันไม่รู้เลยว่าจะซื้อแบบไหน ยี่ห้อไหน หลังจากเลือกดูสินค้าหลากหลายชนิดตามทางเดินนั้น ฉันก็ยังคงไม่แน่ใจว่าตัวไหนที่ฉันอยากได้ ฉันถามหนึ่งในพนักงานทีร้านขายยาเพื่อขอความช่วยเหลือ ฉันค้นหาคำศัพท์คำว่ายุงในภาษาญี่ปุ่นบนพจนานุกรมของมือถือฉัน แล้วแสดงให้พนักงานดู พร้อมกับชี้ไปยังตุ่มแดงๆที่มือ และแขนของฉัน หลังจากนั้นฉันก็ถามว่าพวกเขามียารักษาตุ่มแดงนี้ไหม แต่ตอนนั้นฉันโชคดี เพราะเธอเข้าใจโดยทันที และนำฉันไปตรงส่วนของยาแก้อาการคันจากแมลงกัดต่อย เธอหยิบกล่องที่เขียนไว้ว่า ‘ムヒ (Muhi)’ ซึ่งเป็นยี่ห้อทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น
ดังนั้น เพื่อช่วยคุณหายาแก้อาการคันจากแมลงกัดต่อย และบางทีอาจช่วยคุณจัดการกับความยุ่งยากในการหายาเหล่านี้ในร้านขายยา ฉันได้รวบรวมคำศัพท์ที่จำเป็น และส่วนผสมบางอย่างที่ควรมีในยาเหล่านี้

คำศัพท์น่ารู้

เมื่อคุณค้นหาคำว่ายาแก้อาการคันจากแมลงกัดต่อยนั้น คุณจะเจอคำศัพท์เหล่านี้
虫さされ むしさされ mushi sasare แปลว่า แมลงกัดต่อย (อาจใช้อีกคำว่า虫刺され)
かゆみ  kayumi แปลว่า อาการคัน

ถึงแม้ว่ายี่ห้อ และชื่อของผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากบนบรรจุภัณฑ์ต่างๆ คุณอาจจะเห็นคำว่า虫さされ หรือ かゆみ ตรงไหนสักที่บนกล่อง หรือขวดของยา

ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบส่วนบุคคล คุณสามารถหายาแก้อาการคันจากแมลงกัดต่อยในชนิด ดังนี้

ชนิดเจล ジェル
ชนิดโลชั่น ローション
ชนิดแผ่นแปะ パッチ
ชนิดครีม クリーム
ชนิดน้ำ 液体 (えきたい)

ถ้าคุณต้องการยาที่แรงกว่านั้น สามารถใช้คำเหล่านี้ได้ หรือใช้คำที่มีคำว่า ‘EX’
しつこい or しぶとい แปลว่า รุนแรงขึ้น
ひどい แปลว่า แข็งแรง หรือรุนแรง

ส่วนผสมโดยทั่วไปของยา
จากตัวอย่างของส่วนผสมที่มีทั่วไปนั้น คุณอาจพบยาแก้อาการคันจากแมลงกัดต่อย ฉันได้รวบรวม 5ส่วนผสมจากผลิตภัณฑ์ ムヒS (Muhi S) ตามรูปด้านล่างนี้

Muhi brand anti-itch, insect bite medication
ยี่ห้อMuhi แก้อาการคัน และเป็นยารักษาแมลงกัดต่อย

ジフェンヒドラミン ส่วนผสมไดเฟนไฮดรามีน (ยาต้านฮีสตามีน)
ยาแก้อาการคันจากแมลงกัดต่อยจำนวนมากนั้น ฉันจะมองหาส่วนผสมหลักของยา นั่นก็คือไดเฟนไฮดรามีน มันไม่มีอะไรคุ้มค่าไปกว่าตัวที่มีส่วนผสมของยาต้านฮีสตามีน ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักที่ใช้ในยี่ห้อBenadrylของทางประเทศตะวันตก (มีทั้งยาใช้เฉพาะที่ และยาทาน)

l-メントール ส่วนผสมเมนทอล (ให้ความรู้สึกเย็น)
dl-カンフル ส่วนผสมจากการบูร (ให้ความรู้สึกเย็น)

グリチルレチン酸 ส่วนผสมของกรดกลีซีร์รีทินิก (ป้องกันการอักเสบ)

イソプロピルメチルフェノール ส่วนผสมของไอโซโพรพิล

มีส่วนผสมบางอย่างที่ฉันหาเจอในขณะที่กำลังค้นหาส่วนผสมออนไลน์อยู่ นั่นก็คือ ส่วนผสมจากแอมโนเนีย(アンモニア水) ซึ่งเป็นส่วนผสมโดยทั่วไปของยาแก้คันจากแมลงกัดต่อยในประเทศสหรัฐอเมริกา คุณสามารถพบน้ำยาแอมโมเนียได้อย่างง่ายดายตามร้านขายยาท้องถิ่น

ส่วนผสมอื่นๆ คุณอาจพบส่วนผสมบางอย่างนอกเหนือจากที่กล่าวไปข้างต้น ข้อสังเกต: รายการส่วนผสมเหล่านี้ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด เพราะส่วนผสมของยาแก้อาการคันจากแมลงกัดต่อยนั้นมีอีกหลายชนิด แต่ฉันบังเอิญอ่านเจอส่วนผสมเหล่านี้จากฉลากของผลิตภัณฑ์ ฉันไม่ได้มีความเชี่ยวชาญทางด้านส่วนผสมเหล่านี้ แต่ถ้าคุณต้องการรู้เกี่ยวกับส่วนผสมมากขึ้น ลองค้นหาได้ทางอินเตอร์เน็ต

クロタミトン ส่วนผสมของโครตาไมตอน

デキサメタゾン酢酸エステル สวนผสมของเดกซาเมทาโซน เอซีเทด เป็นสารสเตรอย

ジブカイン塩酸塩 ส่วนผสมของไดบูคาอิน ไฮโดรโคลไรด์ ยาระงับความรู้สึกทั่วไป

プレドニゾロン吉草酸エステル酢酸エステル ส่วนผสมของเพร็ดนิโซโลน รู้จักกันในนามของ PVA ซึ่งคุณอาจพบได้ในยาที่มีความรุนแรง ยาจำพวกคอร์ดิโคสเตียรอยด์

リドカイン ส่วนผสมของลิโดคาอิน

ยาที่มีส่วนผสมตามรูปด้านซ้าย เป็นหนึ่งในยาชนิดที่มีความรุนแรง รูปภาพที่อยู่ข้างกล่อง ระบุชนิดของการกัดต่อยของแมลงที่สามารถใช้บรรเทาได้

จากทางซ้ายไปขวา ダニ (เห็บ), ノミ (หมัด), 毛虫 (けむし, หนอนผีเสื้อ), ムカデ (ตะขาบ) and クラゲ (แมงกะพรุน).

แน่นอนว่า คุณสามารถลองวิธีการรักษาแบบธรรมชาติทางเลือก เช่น ใช้วิชฮาเซล เบกกิ้งโซดา และอื่นๆ (ลองค้นหาเพิ่มได้ทางออนไลน์) ฉันลองทางเลือกแบบธรรมชาติ แต่ยังไม่ได้ลองหมด ส่วนใหญ่ที่ฉันลองเมื่อเร็วๆนี้คือ วิชฮาเซลที่ร้านLoft และมันรักษาได้ค่อนข้างดีเลย และตัวอื่นๆก็ดีด้วยเช่นกัน

วิธีป้องกัน และกำจัดแมลงสาบ

แมลงสาบจะมีช่วงฤดูร้อน และในประเทศญี่ปุ่นดูเหมือนจะมาเป็นฝูง พวกเรามองหาทางที่จะป้องกันยุง แต่มีคนหลายคนถามฉันว่า “แล้วสำหรับการกำจัดแมลงสาบล่ะ?” และมีเหตุผลที่ดี

โชคดีที่ฉันไม่ต้องจัดการกับแมลงสาบมากเท่าไหร่ ในระหว่างเวลาที่ฉันอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น (ฉันยอมรับอย่างมีความสุขว่า ฉันรู้สึกขี้ขลาดเมื่อแมลงสาบมีมากขึ้น มันเป็นแมลงที่น่าเกลียดอะไรอย่างนั้น) ในความเป็นจริงแล้ว ในอพาร์ทเม้นท์ที่พวกเราอยู่เมื่อ2ปีที่แล้วนั้นไม่มีอมลงสาบเลย
จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระหว่างช่วงฤดูมรสุมจากพายุไต้ฝุ่น

มีแมลงสาบหนึ่งตัววิ่งผ่านบนพื้นครัวไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปด้านเท้าซ้ายของฉัน มันตัวเล็ก และสามีของฉันจับมันได้ค่อนข้างง่าย แล้วโยนไปที่ระเบียง (พวกเราอยู่ที่ฉัน4 แต่ฉันคิดว่ามันคงตายแล้ว เพราะดูแล้วไม่น่าจะรอด) ตอนเย็นหลังจากนั้น ฉันสังเกตว่าแมลงสาบตัวหนึ่งคลานไต่กำแพงไปอย่างช้าๆจากหลังเก้าอี้ แมลงสาบตัวใหญ่พยายามหนีขึ้นกำแพง แต่สามีของฉันก็กำจัดมันเหมือนที่ทำกับตัวแรกตอนวันก่อนหน้านี้

ฉันกำลังหวังว่าแค่อากาศที่ทำให้พวกแมลงสาบเข้ามาในบ้าน ขณะที่ฉันพยายามทำให้ห้องของเราสะอาดตลอดเวลา แต่ถึงอย่างไรก็ตามฉันพบว่าฉันควรมองหาวิธีการป้องกันแมลงสาบไม่ให้กลับมาอีก

ฉันได้หาวิธีมาแล้ว ดังนั้นลองอ่านกันดูถ้าคุณกำลังหาวิธีการกำจัดแมลงสาบอยู่ หรือคุณแค่อยากรู้เกี่ยวกับส่วนผสมของยาฆ่าแมลง และขั้นตอนอื่นๆ

ศัพท์ที่ควรรู้
ゴキブリ gokiburi แมลงสาบ
スプレー supuree สเปรย์
忌避 きひ kihi หลีกเลี่ยง หรือหลบเลี่ยง
殺虫剤 さっちゅうざい sacchuuzai ยาฆ่าแมลง

การป้องกันเป็นเหมือนหัวใจหลัก
สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อแมลงสาบเข้ามาที่บ้าน คือการป้องกัน ไม่จำเป็นว่าคุณต้องสามารถป้องกันพวกมันได้หมด (ในกรณีของฉัน อย่างที่คุณรู้ตอนนี้) แต่มาตรการป้องกันที่จะนำเสนอต่อจากนี้สามารถกำจัดแมลงสาบ และสามารถทำให้แมลงสาบมีจำนวนลดลงได้
ทำความสะอาดแบบปกติ โดยเฉพาะบนพื้น ครัวและจาน เก็บเศษอาหาร และกำจัดน้ำจากเศษอาหาร โดยปกติแล้วคุณต้องเอาแหล่งอาหาร และน้ำออกให้หมด
เก็บขยะจำพวกกระป๋องกับฝาไว้นอกบ้าน ถ้าเป็นไปได้ทำให้ที่บ้านไม่มีกระป๋องเลย ฉันรู้ว่าสิ่งนี้อาจทำให้เจ็บปวดนิดหน่อยในช่วงหน้าร้อน เมื่อขยะมาเก็บแค่2ครั้งต่อสัปดาห์ และมันส่งกลิ่นเหม็นอีกด้วย ฉันรู้ว่าบางคนแช่แข็งขยะไว้จนถงวันที่มาเก็บขยะ แต่อาจทำไม่ได้จริง โดยส่วนมากพื้นที่ของช่องแช่แข็งนั้นมีพื้นที่จำกัด ถ้าคุณไม่มีช่องที่ใหญ่ หรือช่องแช่แข็งแบบเดี่ยว หรือไม่ใช้ช่องแช่แข็งสำหรับใส่อย่างอื่นเลย
ปิดผนึกรอยต่อ หรือช่องว่าง แมลงอาจสามารถเข้ามาได้ ฉันสังเกตว่าในอพาร์ทเม้นท์ของเรานั้นเล็ก ช่องระหว่างประตูเลื่อน หรือหน้าต่าง เมื่อเปิดออก โดยปกติแล้วแค่ปิดส่วนที่เป็นช่องว่างที่ใหญ่พอแมลงสามารถเข้ามาได้ก็พอ ฉันจะพูดถึงเรื่องนี้มากขึ้นในโพสท์ต่อไป แต่มีสิ่งมากมายที่คุณสามารถนำมาปิดช่องว่างเหล่านั้น และช่วยป้องกันแมลงได้ (ฉันสังเกตว่าแผ่นบับเบิ้ลติดตรงกระจกจากช่วงหน้าหนาวก็สามารถดักจับยุงได้อย่างน้อย100ตัวแล้ว)

เหยื่อล่อแมลงสาบ และยาฆ่าแมลง

คุณอาจคิดถึงกับดักแมลงสาบ เป็นยาฆ่าแมลงอย่างหนึ่งที่ผสมกับส่วนผสมของอาหารจริง เช่น แป้ง น้ำตาล มันหมู และบรรจุในโดมพลาสติค หรือภาชนะ เพื่อให้แมลงสาบมากินข้างใน ในที่สุดยาฆ่าแมลงก็เข้าสู่ร่างกายแมลงสาบทางปาก แล้วมันก็จะตาย ถ้าไม่อย่างนั้นพวกมันจะกลับมาเป็นฝูง (แน่นอนก่อนที่พวกมันตาย) แมลงสาบตัวอื่นๆจะกินอุจจาระของมันเอง แล้วก็ตายในที่สุด

เหยื่อล่อนี้บรรจุสนภาชนะพลาสติค ดังนั้นมันดูไม่ได้เป็นอุปสรรคต้อสัตว์เลี้ยง หรือเด็ก (แต่ถ้าคุณเลือกที่จะใช้เหยื่อล่อ คุณยังคงควรระมัดระวังอยู่ดี และวางมันไว้ห่างจากสัตว์เลี้ยง หรือเด็ก เพื่อไม่ให้ได้เข้าใกล้ได้ เช่น หลังตู้เย็น เป็นต้น

ส่วนผสมหลัก

กรดโบริค ホウ酸
โบริคเป็นสารที่ปรากฏอยู่ตามธรรมชาติ ใช้ในการซักผ้า และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวต่างๆ มันไม่มีพิษ ยกเว้นแต่ว่าบริโภคสารตัวนี้ในจำนวนมาก

ฟิโปรนิล フィプロニル
ฟิโปรนิล คือยาฆ่าแมลง มีพิษร้ายแรงต่อปลาหลายชนิด และสัตว์ที่มีขนาดเล็ก สำหรับมนุษย์ก็เป็นอันตรายเหมือนกัน ……………

ไฮดราเมไทลนอน ヒドラメチルノン
ไฮดราเทนไทลนอน เป็นยาฆ่าแมลง และมีพิษร้ายแรงต่อปลา และแมลง ฉันไม่มั่นใจว่าตัวนี้มีผลกระทบต่อมนุษย์หรือไม่

ยี่ห้อทั่วไปที่วางขายตามท้องตลาด (ไม่ใช่ทั้งหมด):
ยี่ห้อบางยี่ห้อที่เป็นกับดักล่อแมลงสาบ (ส่วนมากจะเป็นโดมที่ทำมาจากพลาสติคสีดำ หรือภาชนะสี่เหลี่ยม) ประกอบด้วย:

ブラックキャップマルチスリム (Black Cap Multi-slim)
ゴキブリキャップ (Gokiburi [Cockroach] Cap)
ゴキファイター (Goki Fighter)
コンバット (Combat)
ゴキブリワイパア (Gokiburi Wiper)

Another type of cockroach bait, though essentially the same as those above, is “ホウ酸ダンゴ”, or in English, “boric acid dango.”
กับดักล่อแมลงสาบชนิดอื่น ที่เหมือนกับด้านบนอย่าง“ホウ酸ダンゴ” หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า “กรดโบริค ดังโงะ”

ดังโงะ เป็นแป้งชิ้นเล็กๆ ทำมาจากข้าว ดังนั้นในกรณีนี้ ดังโงะ เป็นแป้งที่ทำมาจากส่วนผสมของอาหาร ที่ล่อตาล่อใจแมลงสาบ แต่ผสมกรดโบริคลงไปด้วย เพื่อฆ่าแมลงสาบ

กับดับล่อแมลงสาบ
ตัวเลือกอีกอย่างหนึ่งก็คือกับดักล่อแมลงสาบ ส่วนมากจะเป็นแบบใช้แล้วทิ้ง ดังนั้นคุณจะไม่ต้องทำความสะอาดส่วนที่เหลือ หรืออะไรก็ตามทั้งนั้น กับดักเหล่านี้จะบรรจุมาในภาชนะเล็กๆ แต่มีแผ่นกาวเหนียวๆอยู่ที่ก้นของภาชนะ นั่นเป็นกับดักล่อแมลงสาบเมื่อมันคลานเข้ามา

สำหรับชนิดเหล่านี้ คุณจะต้องมองหาคำว่าゴキブリ捕獲 (ゴキブリほかく – ほかく ซึ่งแปลว่า การจับ หรืออะไรก็ได้ที่มีคำว่าコイコイ หรือ ホイホイ บนชื่อของผลิตภัณฑ์

ยี่ห้อบางยี่ห้อ เช่น
コンバット (Combat)
ネズミバスター (Nezumi Buster) Nezumi means rats/mice but can be used for cockroaches as well.
ごきぶりホイホイ (Gokiburi Hoihoi)
ちびっこホイホイ (Chibikko Hoihoi)
ワイパア ゴキブリゾロゾロ (Wiper Gokiburi Zorozoro – zorozoro แปลว่า “กลุ่มขนาดใหญ่”)

สเปรย์พ่นฆ่าแมลง

ถ้าคุณต้องการสเปรย์เพื่อกำจัดแมลงสาบ เมื่อคุณเจอแมลงสาบกำลังคลานไปมารอบบ้านของคุณ คุณมีตัวเลือกของสเปรย์มากมายให้เลือกซื้อ (และมีจำนวนมากที่สามารถกำจัดแมลงได้หลายประเภท) สเปรย์บางตัวถูกออกแบบมาเป็นพิเสษ ใช้เพื่อเป็นตัวกีดกัน และ……แมลงสาบไม่ว่าคุณจะฉีดวเปรย์ไปที่ตรงไหนก็ตาม (เช่น รอบประตู และหน้าต่าง)

ฉันได้เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับส่วนผสมที่ใช้โดยทั่วไปไว้ด้านล่างนี้ (ผลิตภัณฑืพวกนี้ทั้งหมดเป็นยาฆ่าแมลงแบบสารเคมี) คุณอาจทราบดีว่า คุณควรอยู่ใหห่างจากพื้นที่ที่คุณฉีดสเปรย์ไป เนื่องจากส่วนผสมเหล่านี้ คุณควรหลีกเลี่ยงการสูดดมสารเคมีเหล่านี้

ยี่ห้อบางอย่าง เช่น
ゴキジェットプロ (Goki Jet Pro)
ゴキバリア (Goki Barrier) – โดยใส่ยาฆ่าแมลงลงไป “แบบกีดขวาง” รอบๆพื้นที่ที่คุณต้องการไม่ให้มีแมลงสาบ
アースジェット (Earth Jet) – ใช้ได้หลากหลายแบบ
水性キンチョールジェット (Liquid Kinchol Jet) – ใช้ได้หลากหลายแบบ

สเปรย์ทางเลือกที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง

สเปรย์ตัวนี้ไม่ใช่ยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตราย หรือเรียกว่า ゴキブリ泡ジェット (โฟมแมลงสาบ) สเปรย์โฟมตัวนี้ทำมาจากสบู่ธรรมดา ตัวผลิตภัณฑ์ได้แจ้งไว้ว่า ตัวโฟมจะทำให้แมลงสาบตายเนื่องจากไม่มีอากาศหายใจ ดังนั้นตัวแมลงสาบจะไม่ตาย

สเปรย์ตัวอื่นๆที่ไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตราย หรือที่เรียกว่า……(มูชิซาน บายบาย) สเปรย์ชนิดนี้เป็น “สเปรย์กีดกัน” ดังนั้นคุณฉีดพ่นบริเวณที่คุณต้องการไล่แมลงสาบไปให้พ้น เช่น รอบประตู หน้าต่าง หลังตู้เย็น เตาอบ และอื่นๆ สเปรย์ใช้ส่วนผสมของน้ำมันที่จำเป็น ซึ่งเป็นส่วนผสมหลัก

วิธีการจากธรรมชาติ
แน่นอนว่ามีวิธีการแบบธรรมชาติที่อาจได้ผล แทนที่จะใช้สิ่งต่างๆด้านบน(แต่ฉันยังไม่เคยลองวิธีธรรมชาติทั้งหมด)

น้ำมัน เช่น น้ำมันจากต้นชา หรือน้ำมันเปเปอร์มิ้นท์ ซึ่งมีส่วนทำให้แมลงสาบหนีไป เมื่อฉีดพ่นไปรอบๆพื้นที่ที่เราต้องการ เช่น ประตู หรือหน้าต่าง หรือที่ที่แมลงสาบอาจเข้าไปได้
กระเทียมสด สามารถไล่แมลงสาบได้ เมื่อนำไปวางรอบบ้าน (อาจเป็นเพราะกลิ่นของกระเทียม)
น้ำส้มสายชู ผสมกับน้ำนิดหน่อย สามารถฉีดไล่แมลงสาบได้คล้ายกับน้ำมัน
กรดโบริค ในปริมาณเพียงน้อยนิด เพื่อให้แมลงสาบกินสารตัวนี้เข้าไป แล้วเราค่อยหยิบแมลงสาบไปทิ้งในภายหลัง ดังนั้นก็เหมือนเป็นการฆ่าพวกมัน อย่างไรก็ตาม ฉันคิดว่าตัวเลือกนี้ไม่ปลอดภัย และแน่นอนว่าถ้ามีสัตว์เลี้ยง หรือเด็กด้วย
น้ำยาล้างจานทั่วไป ผสมกับน้ำเปล่า ซึ่งได้ผลเมื่อนำมาทำเป็นสเปรย์ฆ่าแมลงสาบ
ฉันเคยอ่านเจอมาว่าแมลงสาบไม่ชอบต้นสนซีดาร์ ดังนั้นมันคุ้มแก่การลองนำต้นสนซีดาร์ปลูกไว้รอบๆบ้านของคุณ (ต้นสนซีดาร์ช่วยปรับความชื้นได้ด้วย)

พยากรณ์แมลงสาบ

ฉันเผอิญไปเจอเว็บไซต์สนุกๆเกี่ยวกับ การพยากรณ์เรื่องแมลงสาบ พยากรณ์ลักษณะนี้ อิงมาจากสภาพอากาศ (เช่น อุณหภูมิ และความชื้น) แต่ผู้ใช้สามารถรายงานผลเองได้ ว่าเมื่อไหร่ และจำนวนแมลงสาบเท่าไหร่ที่ผู้ใช้เคยเจอ คุณไม่จำเป้นต้องสมัครสมาชิก เพื่อจะรายงานผล เว็บไซต์นี้มีเพียงภาษญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ภาพบนเหน้าเว็บนั้น สามารถทำให้คุณเข้าใจได้โดยง่าย

แล้วคุณล่ะ คุณมีกลยุทธ์อะไรที่คุณจะใช้ต่อสู้กับแมลงสาบ?

วิธีอยู่แบบเย็นๆโดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศ: “พัดลมทำความเย็น” หรือ

สัปดาห์ที่แล้ว อากาศร้อนขึ้น (อย่างน้อยก็ในภาคกลางของประเทศญี่ปุ่น) กับอุณหภูมิที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว 30องศาที่เมืองชิซูโอกะ และเพิ่มสูงขึ้นอีก (สูงถึง80-90ฟาเรนไฮท์) สามี และฉันยังคงไม่มีเครื่องปรับอากาศที่บ้าน ง่ายๆเลยเนื่องจากราคาของมัน บวกกับค่าติดตั้ง และค่าทำความสะอาดหลังจากนั้นอีก แต่ตอนนี้อายุครรภ์ของฉัน 33สัปดาห์แล้ว ฉันกำลังพบว่าตัวเองรู้สึกสิ้นหวังที่จะหาตัวช่วยที่ทำให้ตัวเองเย็นขึ้นในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา

ฉันไม่เคยรู้สึกอย่างนี้มาก่อน ฉันจำเป็นต้องมีเครื่องปรับอากาศตั้งแต่มาถึงประเทศญี่ปุ่นเมื่อ3ปีก่อน ฉันรู้สึกมีความสุขกับอากาศร้อนในฤดูร้อนที่ผ่านมา ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นบ่นมากกับเรื่องอากาศในหน้าร้อน (ถ้าพวกเขาไม่อยู่ในเมืองฮอกไกโด) แต่ฉันเกลียดอากาศหนาวมาก จึงทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายเมื่อฤดูร้อนมาถึง)
จนกระทั่งเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว เมื่อพวกเรามีการบันทึกสถิติของอุณหภูมิที่สูง ซึ่งอากาศร้อนนี้อยู่จนกระทั่งเดือนตุลาคม แค่การนั่ง และทำงานที่บ้านนั้นเป็นอะไรที่ทรมานมาก ดังนั้นฉันจึงต้องเดินช้าๆไปยังร้านสตาร์บัคส์2-3ครั้งต่อสัปดาห์ เมื่อมีเครื่องปรับอากาศ เขตปลอดบุหรี่ และมีไวไฟให้ใช้ ฉันจึงสามารถทำงานให้เสร็จได้

และตอนนี้พวกเราอยู่ในช่วงฤดูร้อนของปี2011 อุณหภูมิลักษณะนี้เป็นเหมือนกับเมื่อบางวันของปีที่แล้ว ฉันกำลังพยายามผ่านอากาศร้อนแบนี้ไปให้ได้เท่าที่ฉันจะสามารถทำได้ แต่เพราะความร้อนจากลูกของฉันในท้อง และน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นถึง10กก. ทำให้ฉันรู้สึกร้อนยิ่งขึ้นกว่าที่ฉันรู้สึกเมื่อปีที่ผ่านมา
หลังจากที่ฉันรู้สึกแย่มากในวันถัดมาจากการพยายามทำงานในบ้าน (และฉันยังคงพยายามออกไปข้างนอกในตอนบ่าย และไปอยู่ที่สถานที่มีเครื่องปรับอากาศ) ฉันใกล้จะพร้อมประดิษฐ์เครื่องปรับอากาศของฉันขึ้นมาเองแล้ว

ฉันพบว่าบทความนี้ เป็นบทความที่บอกวิธีการประดิษฐ์พัดลมทดแทนขึ้นมาใช้ชั่วคราว กล่องโฟมเก็บความเย็น น้ำแข็ง และฉันได้วางแผนอย่างจริงจังที่จะออกไปหาซื้อวัสดุมาทำ พัดลมไฟฟ้าธรรมดานั้นไม่ได้ผล แม้กระทั่งพัดลมบนเพดานที่ส่ายไปทั่วก็ยังไม่ได้ผล การกินน้ำใส่น้ำแข็งช่วยได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และฉันต้องอาบน้ำเย็นหลายรอบในหนึ่งวัน
หลังจากนั้นสามีของฉันได้พูดถึงสิ่งที่เค้าได้ยินมา เกี่ยวกับเครื่องบางอย่างที่ใช้เป่าลมเย็นออกมา (ไม่นะ ไม่ใช่เครื่องปรับอากาศนะ) อย่างที่คนญี่ปุ่นรู้จัก นั่นคือ冷風扇 (れいふうせん, reifuusen), หรือ 冷風機 (れいふうき, reifuuki) หรือที่แปลความหมายอย่างตรงตัว คือ “เครื่อง/พัดลมทำความเย็น”
โดยพื้นฐานแล้ว คุณใส่น้ำเย็น และน้ำแข็ง หรือแพ็คน้ำแข็งใต้ก้นเครื่อง แล้วมันก็จะค่อยๆระเหยออกไป ความร้อนจะถูกดูดซึมโดยตัวเครื่อง และภายในตัวพัดลมนั้นจะเป่าความเย็นออกมาแทน ฉันไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องวิทยาศาสตร์ ดังนั้นนี่เป็นการอธิบายที่เกิดจากความเข้าใจของตัวฉันเอง ถ้าใครรู้เรื่องทางวิทยาศาสตร์ ช่วยแก้ไขให้ฉันด้วย ได้โปรดเถอะค่ะ!

The drawer at the bottom of the machine for water and ice/ice packs
ชั้นข้างใต้ของเครื่อง สำหรับใส่น้ำ และน้ำแข็งลงไป
พวกเราไปร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแถวบ้าน ที่ที่มีจำหน่ายเครื่องทำความเย็น2ยี่ห้อ และ2รุ่น ฉันซื้อแบบ “ประหยัด” มาหนึ่งตัว ในราคาประมาณ 8000เยน

ฉันแค่ใช้เครื่องนี้2-3วัน หรือมากกว่านั้น แต่มันช่วยฉันได้จริงๆ ทั้งๆที่มันไม่ใช่เครื่องปรับอากาศ แต่มันให้ความเย็นเหมือนพัดลม

ตัวเลือกของเครื่องทำความเย็นรุ่นนี้ ประกอบด้วย ปรับอากาศให้เย็น ความเร็วของพัดลม การหมุนของช่องลม 3โหมด (พัดลม โหมดพัก และตัวตั้งเวลา)

Ice tray at the top in the back to add ice for extra cooling
ถาดน้ำแข็งอยู่บนสุดของด้านหลัง มีเพื่อใส่น้ำแข็งเพื่อเพิ่มความเย็นมากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม เครื่องทำความเย็นเหล่านี้ไม่ได้ดีจนไม่มีข้อติ และอาจสามารถแก้ปัญหาได้สำหรับแค่บางคนเท่านั้น

ข้อดี
ไม่กินไฟ (อย่างที่พวกเราได้บอกไปก่อนหน้านี้ว่าราคาแค่1เยนต่อชั่วโมง)
ราคาตัวเครื่องไม่แพง
ความเย็นเป่าออกมา ซึ่งแตกต่างจากพัดลมทั่วไปที่เป่าเอาความร้อนออกมา

ข้อเสีย
เพราะเครื่องนี้ต้องใช้น้ำในการระเหยออกมา ทำให้มันมีความชื้นออกมากับลมที่เป่าด้วย นั่นหมายความว่ามันอาจส่งผลอันตรายต่อมนุษย์ได้ และอาจเพิ่มความชื้นมากเกินไปด้วย ถ้ายิ่งเราอยู่ในสถานที่ไม่มีอากาศถ่ายเทด้วย (พวกเราปล่อยให้ประตู และหน้าต่างเปิดตลอดเวลา ดังนั้นปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นกับพวกเรา) โดยส่วนตัวแล้ว ฉันไม่ได้สังเกตความเปลี่ยนแปลงของความชื้นมากนัก (ทั้งที่บางทีมันชื้นอยู่แล้ว) และอากาศยังคงทำให้ฉันรู้สึกเย็นอยู่ดี
มันให้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกับเครื่องปรับอากาศ อย่างที่บอกมันจะไม่ดูดความชื้น และไม่เย็นทั่วห้อง แต่จะเย็นแค่เฉพาะพื้นที่ขนาดเล็ก
ลมของพัดลมทำความเย็นไม่สามารถทำให้เย็นได้เท่าเครื่องปรับอากาศ คุณสามารถปรับอุณหภูมิของลมได้เพียงวิธีเดียว คือการใส่น้ำ กับน้ำแข็ง ทำให้น้ำเย็นขึ้น จึงทำให้ลมที่เป่าออกมาเย็นขึ้นด้วยเช่นกัน

ดังนั้น มันจะคุ้มค่าในการซื้อหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณกำลังมองหาอยู่ และลักษณะการใช้ชีวิตของคุณ พวกเราต้องการประหยัดเงิน และต้องการแค่สิ่งบางอย่างที่จะมาช่วยทำให้ฉันเย็นขึ้น ดังนั้นสำหรับพวกเรา ข้อเสียจึงไม่มีผลอะไร ฉันสามารถใช้เครื่องดูดความชื้น และถ่านทาเกะซูมิ เพื่อช่วยรักษาสมดุลของความชื้นในบ้านของพวกเรา และจากลมนอกห้องเพื่อช่วยให้อากาศหมุนเวียน และเพื่อปรับความชื้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการบางอย่างที่คุณสามารถใช้ได้กับหน้าต่าง หรือประตูทุกบานที่ปิดอยู่ แล้วสามารถดูดความชื้นได้ คุณอาจจะเหมาะกับเครื่องปรับอากาศ

คุณสามารถหาพัดลมทำความเย็นเหล่านี้ได้ที่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแถวบ้านคุณ ถึงแม้ว่าบางร้านจะไม่มี (หรืออาจขายหมดไปแล้ว… ร้านค้าแถวบ้านเราก็ขายหมดเช่นกัน) เว็บAmazon Japanยังคงมีจำหน่าย2-3ยี่ห้อ [ลิงค์ที่แนบมา]

มีใครเคยลอง冷風扇หรือยังคะ?

คู่มือสำหรับการเลือกซื้อเครื่องทำความร้อนในประเทศญี่ปุ่น

ตามที่ฉันได้เขียนเกี่ยวกับwinterize your apartment or house in Japan ในช่วง2-3สัปดาห์ที่ผ่านมา สัปดาห์นี้ฉันอยากพูดเกี่ยวกับเครื่องทำความร้อน อย่างที่รู้ว่าบ้านส่วนใหญ่ในประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ได้ติดตั้งเครื่องทำความร้อนไว้ที่ใต้ตึก ดังนั้นคนญี่ปุ่นจึงต้องอาศัยเครื่องทำความร้อนแบบติดตั้งเอง และเครื่องที่มีลักษณะคล้ายแบบนี้ ตอนนี้พวกเรารู้อยู่ว่าการใส่เสื้อผ้าหลายตัว และใส่เสื้อขนแกะ ก็เป็นทางออกที่ดี โดยไม่ต้องเปิดเครื่องทำความร้อน แต่ดูเหมือนว่าคนส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องใช้เครื่องทำความร้อนอยู่ในบางครั้ง

แจ้งเพื่อทราบว่าฉันเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญด้านเครื่องทำความร้อน ดังนั้นถ้าคุณสงสัยการทำงานของเครื่องทำความร้อนในทางที่ถูกต้อง ให้คุณลองเข้าไปหาได้ในgoogle

เครื่องทำความร้อนส่วนใหญ่ที่อยู่ด้านล่างนี้ มีเครื่องตั้งเวลา และมีตัวเลือกสั่งให้ปิดได้แบบอัตโนมัติ และมีการออกแบบมาให้ปิดอัตโนมัติถ้ามีการใช้งานมากเกินไป
*จำไว้ว่าคำว่าเครื่องทำความร้อน อาจใช้คำว่า電気ストーブ (denki stobu)
*คำที่ใช้สำหรับ “การทำความร้อน” คือ暖房 (だんぼう, danbou)

คู่มือสำหรับการเลือกซื้อเครื่องทำความร้อนในประเทศญี่ปุ่น

1. แอร์คอน エアコン
เครื่องปรับอากาศ หรือที่ชาวญี่ปุ่นชอบเรียกกันว่า แอร์คอน ส่วนใหญ่แอร์คอน จะติดตั้งโดยมีตัวเลือกการทำความร้อนรวมอยู่ด้วย ดังนั้นถ้าคุณแอร์คอน คุณอาจต้องลองตรวจสอบดูว่ามีไหม (โดยหาคำว่า “暖房” ) จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มันค่อนข้างได้ผลดีในการให้ความอุ่นกับห้อง แต่ฉันพบว่าความร้อนจะพุ่งขึ้นไปบนเพดานห้อง ทำให้ความร้อนกระจายไปทั่ว มันไม่เหมาะถ้าคุณใช้เวลาส่วนใหญ่นั่งอยู่บนพื้น และไม่มีพัดลมบนเพดาน

แล้วฉันก็พบว่าราคาของแอร์คอนนั้นแพงอย่างไม่น่าเชื่อ บางรุ่นใช้ที่ให้ประสิทธิภาพการทำความเย็นสูง (มองหาคำว่า省エネด้านนอกกล่อง หรือที่คำอธิบาย) แอร์คอนเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่มีราคาแพง ซึ่งราคาจะอยู่ที่ 30,000-40,000เยน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับขนาด

2.เครื่องทำความร้อนแบบใช้น้ำมัน オイルヒーター
เครื่องทำความร้อนนี้ เป็นเหมือนเครื่องนำความร้อน และบางคนอาจคุ้นเคยกับเครื่องนี้แล้ว ครอบครัวของฉันเคยใช้เครื่องนี้เมื่อฉันยังเด็ก แต่ถึงแม้ว่ามันได้ผลดีมาก แต่มันก็ใช้พลังงานมากด้วยเช่นกัน ซึ่งแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน จึงต้องเปรียบเทียบกับการใช้พลังงาน บางรุ่นที่ฉันเห็น เป็นแบบสูงุด1200วัตต์ โดยเฉลี่ยการใช้แล้วจะอยู่ที่ประมาณ 15-20เยน ต่อชั่วโมง (อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้) ราคาตัวเครื่องนี้ประมาณ 5,000-30,000เยน แต่สามารถหาซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่านี้ที่ร้านจำหน่ายสินค้ารีไซเคิล (คุณสามารถหาซื้อรุ่นอื่นที่ราคาถูกกว่าตามท้องตลาดได้ที่ร้านแบบนี้ได้เช่นเดียวกัน)

3. กระดานทำความร้อน パネルヒーター
เครื่องทำความร้อนลักษณะนี้จะเหมือนไม้กระดาน ฉันไม่เคยใช้ตัวนี้ ดังนั้นฉันไม่สามารถบอกได้ถึงประสิทธิภาพของมัน สำหรับเครื่องขนาดเล็ก จะใช้ไฟประมาณ 300 วัตต์ หรือน้อยกว่านั้น และอาจใช้ประมาณ 5-7เยน ต่อชั่วโมง เครื่องที่มีขนาดใหญ่กว่านั้น จะแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับขนาด และระดับพลังงานที่คุณต้องการ ฉันพบว่าบางรุ่นบอกไว้ว่า ใช้พลังงานเพียงแค่ 9 เยนต่อชั่วโมง และรุ่นอื่นๆเลี่ยนประมาณ 15 เยนต่อชั่วโมง กระดานขนาดเล็กมาก อยู่ที่ประมาณ 3,000เยน ในขณะที่ขนาดใหญ่กว่า ราคาเฉลี่ยประมาณ 20,000-30,000เยน

4.เครื่องทำความร้อนแบบแฮโลเจน ハロゲンヒーター
ดูจากรูปภาพ เครื่องทำความร้อนแบบแฮโลเจน ก็เหมือนเครื่องทำความร้อนไฟฟ้าแบบอื่น แต่ต่างกันที่ระดับการใช้พลังงาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องทำความร้อนด้วย แน่นอนว่าคุณสามารถซื้อเครื่องขนาดเล็กที่มีกำลังจ่ายไฟอยู่ที่ประมาณ 300วัตต์ หรือขนาดใหญ่ที่มีมากกว่า 1200วัตต์ (หรืออยู่ในระหว่าง300-1200วัตต์)

5.เครื่องทำความร้อนแบบคาร์บอน カーボンヒーター

ฉันใช้แบบนี้บ่อยในช่วงฤดูหนาว ส่วนใหญ่จะตั้งค่าให้ใช้พลังงานต่ำ เครื่องนี้คล้ายกับเครื่องทำความร้อนแบบแฮโลเจน แต่ตัวนี้บอกว่าให้ความร้อนที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องทำความร้อนแบบแฮโลเจนธรมดา ฉันบอกตรงๆเลยว่า ฉันชอบเครื่องนี้มาก และมันประหยัดพลังงานมากกว่าเครื่องทำความร้อนแบบเซรามิค
แน่นอนว่าราคานั้นก็จะแตกต่างกันออกไปตามขนาด และระบบการปฏิบัติการของเครื่องแต่ละรุ่น เช่น รุ่นที่มีกำลังจ่ายไฟสูงสุด 300วัตต์ ใช้พลังงานไป 6 เยนต่อชั่วโมง เครื่องทำความร้อนในบ้านของพวกเราสูงสุด 900วัตต์ และปรับให้ใช้พลังงานต่ำกว่าครึ่ง และฉันขอบอกตามตรงเลยว่าฉันไม่ค่อยปรับให้ใช้พลังงานสู.สุด เพราะว่ามันจะร้อน และทำให้คุณอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว เหตุผลที่เราเลือกเครื่องทำความร้อนแบบคาร์บอน เพราะว่ามันใช้พลังงานไม่มาก และมีประสิทธิภาพที่ดีด้วยเช่นกัน เครื่องทำความร้อนแบบคาร์บอน อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกของเครื่องทำความร้อนที่ถูกที่สุด และมีประสิทธิภาพดีที่สุดในบรรดาเครื่องทำความร้อนแบบใช้ไฟฟ้า

6.เครื่องทำความร้อนแบบเซรามิค セラミックヒーター
เครื่องทำความร้อนเหล่านี้ มีราคาแพงกว่าเครื่องทำความร้อนแบบอื่น ในส่วนของการใช้พลังงานนะ แต่ฉันพบว่าบางรุ่นก็บอกไว้ว่ามีประสิทธิภาพสูง นอกจากนั้นคุณสามารถซื้อเครื่องทำความร้อนแบบเซรามิคที่มีการกรองอากาศ และที่ดูดความชื้นได้ด้วย (คุณสามารถซื้อได้แบบ 3-in-1 ในราคา 20,000-30,000เยน) โดยส่วนใหญ่การจ่ายไฟอยู่ที่ประมาณ 1100-1200วัตต์ ซึ่งแต่ละชั่วโมงจะใช้พลังงานไป 25-30เยน ถ้าในกรณีปรับให้ต่ำสุด ก็สามารถประหยัดไปได้ประมาณครึ่งหนึ่ง

Ceramic heater with a built-in humidifier

“คุณสามารถพาซื้อเครื่องทำความร้อนไฟฟ้าแบบพัดลม (ファンヒーター) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเครื่องทำความร้อนแบบเซรามิค”

7. เครื่องทำความร้อนแบบน้ำมันก๊าด 石油ヒーター (せきゆ, sekiyu แปลว่า น้ำมัน หรือน้ำมันก๊าด)

ปัจจุบันนี้ คุณสามารถคาดหวังได้เลยว่าเครื่องทำความร้อนแบบน้ำมันก๊าด จะทำให้ค่าไฟของคุณต่ำ แต่คุณจะต้องซื้อเครื่องทำความร้อนแบบน้ำมันก๊าดนี้ สิ่งที่ดีของเครื่องนี้คือ น้ำมันก๊าดเป็นของที่มีราคาถูก โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับแบบไฟฟ้า และเครื่องทำความร้อนแบบน้ำมันก๊าดนี้ ใช้โดยทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น โดยส่วนตัวแล้วฉันกังวลมากเกี่ยวกับสารเคมีจากน้ำมันก๊าดนี้ ดังนั้นฉันจึงเลือกที่จะไม่ใช้เครื่องนี้ แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ใช้มัน ถ้าคุณเลือกที่จะใช้เครื่องนี้แล้ว ต้องมั่นใจว่าบ้านของคุณมีอากาศถ่ายเทสะดวก เช่น การเปิดหน้าต่าง ฉันรู้ว่าคุณสมบัติของเครื่องนี้ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ ฉันก็เห็นด้วย แต่คุณคงไม่ต้องการให้สารคาร์บอน มอนอไซด์ เป็นพิษ หรือเป็นอันตรายต่อตัวคุณได้
*หมายเหตุ: คำที่ใช้สำหรับ น้ำมันก๊าด คือ灯油 (とうゆ, touyu) ใช้มากกว่าคำว่า石油 แต่เครื่องทำความร้อนแบบแก๊สทั้งหมดจะถูกเรียกว่า石油 *เครื่องทำความร้อนบางตัว ถูกเรียกว่า เครื่องทำความร้อนแบบใช้แก๊ส (ガスヒーター) และปรากฏว่าใช้แก๊สตัวเดียวกับเราใช้กับเตาอบ

8. โคะตาสึ こたつ
ฉันแวะไปที่บทความเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมพาร์ทเม้นท์ หรือบ้านในช่วงฤดูหนาว แต่โต๊ะโคะตาสึ เป็นโต๊ะตัวเตี้ยที่ติดที่ทำความร้อนไว้บนโต๊ะ แล้วคุณก็วางผ้าห่มผืนหนาระหว่างแผ่นกระดาน2แผ่นบนโต๊ะ แล้วนำเข้าของคุณสอดเข้าไป จะทำให้รู้สึกดี และสบาย คุณสามารถหาซื้อโต๊ะโคะตาสึได้ทั่วไป มีหลายสี และหลายแบบ โดยเฉลี่ยแล้วราคาจะอยู่ที่ประมาณ 5,000-20,000เยน หรือบางแบบอาจมีราคาสูงกว่านี้

9.พรมร้อน ホットカーペット

โดยทั่วไปแล้ว พรมร้อนเป็นเพียงพรมที่คุณต้องเสียบปลั๊กแล้วใช้งาน อาจช่วยคุณได้มากถ้าคุณนั่งอยู่บนพื้นห้องธรรมดา หรือแค่ต้องการให้ความอบอุ่นกับห้องนั่งเล่นของคุณ เครื่องที่มีราคาถูกจะอยู่ที่ประมาณ5,000เยน แต่คุณสามารถหาซื้อบางอย่างที่เป็นพื้นไม้ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งราคาจะสูงกว่า อยู่ที่ประมาณ 12,000-20,000เยน
10.ผ้าห่มไฟฟ้า電気毛布 (でんきもうふ, denki moufu)

ฉันจำเป็นต้องพูดเกี่ยวกับสิ่งนี้อีกไหม? ผ้าห่มนี้เหมาะแก่การใช้นอนในห้องที่มีอากาศเย็น หรือคุณอยากใช้มันเพื่อทำให้ร่างกายอุ่นโดยไม่ต้องใช้เครื่องทำความร้อน อย่างไรก็ตาม ผ้าห่มส่วนใหญ่ที่ฉันเห็นนั้นจะมีคุณภาพต่ำ จากประสบการณ์ของฉัน ผ้าห่มไฟฟ้าจากประเทศอเมริกานั้น มีคุณภาพดีกว่ามาก เมื่อเทียบกับแบบอื่น (ฉันไม่มั่นใจว่าของประเทศแถบยุโรปนั้นเป็นอย่างไร แต่ฉันเดาว่าน่าจะมีคุณภาพดีเหมือนกัน ใช่ไหม?) ฉันเป็นคนเลือกเยอะ แต่ถ้ามันดี ฉันก็ไม่สามารถโต้เถียงอะไรได้มาก ถ้าคุณยอมเสียเงิน 13,000เยน เพื่อผ้าห่มไฟฟ้าของPanasonic เมื่อเทียบกับผ้าห่มราคาถูก 4,000เยน ที่เห็นได้ตามร้านทั่วไป นั่นแหละ คุณจะมีผ้าห่มคุณภาพที่ดีกว่ามาครอบครอง

อื่นๆ
โอเค ฉันพึ่งค้นพบเครื่องช่วยทำให้เท่าอุ่นขึ้น และจากที่ฉันใช้ส่วนใหญ่กับสามีของฉัน ฉันพบว่ามันพกพาสะดวก มีหลายแบบให้เลือก แต่แบบทั่วไปเป็นแบบที่นำไปติดที่เท้าของคุณ และใช้ไฟฟ้าในความให้ความร้อน ฉันเชื่อว่ามีแบบอื่นๆอีกมากมายที่อาจใช้กับน้ำร้อนในกรณีพิเศษ สำหรับเครื่องช่วยให้เท้าอุ่นนั้น คุณต้องใช้คำว่า足温器 (そくおんき, sokuonki).

Foot warmer

สำหรับไอเดียอื่นๆ คุณสามารถเข้าไปดูได้ที่ Amazon.jp มีสินค้าหลายแบบให้คุณเลือก

คุณสามารถหาสินค้าประเภทนี้ได้มากมายหลายแบบ ที่สามารถช่วยให้คุณรู้สึกดี และมีความสุขกับช่วงอากาศหนาว และแห้งในฤดูหนาวที่ประเทศญี่ปุ่น แต่นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่าง สำหรับเครื่องทำความร้อนนั้น คุณอาจโชคดี และพบตัวเลือกหลายแบบที่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า (ใช้คำว่า電器, でんき) แต่ร้านขายวัสดุก่อสร้างท้องถิ่น หรือร้านขายของใช้ทั่วไป อาจมีเครื่องทำความร้อนจำหน่ายด้วยก็เป็นได้ หรือคุณอาจสั่งซื้อผ่านเว็บamazon.jp (เป็นทางเลือกที่คุณไม่ต้องกังวลถ้าไม่มีรถขนสินค้ากลับมาที่บ้าน)
ขอให้สนุกกับการล่าหาเครื่องทำความร้อน แล้วยังไงก็ทำให้ร่างกายอบอุ่นตลอดเวลาด้วยล่ะ

8 วิธีในการเตรียมอพาร์ทเม้นท์(หรือบ้าน)ของคุณ ให้พร้อมสำหรับฤดูหนาว

บ้านของคนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเก่า หรือใหม่ ก็ขึ้นชื่อเรื่องของประสิทธิภาพที่ไม่ดีเรื่องการเก็บความร้อน อพาร์ทเม้นท์ส่วนใหญ่ค่อนข้างเย็น โดยเฉพาะอพาร์ทเม้นท์ที่เก่า และมีหน้าต่างบานเดี่ยว กับหน้าต่างบานคู่ อย่าพูดถึงว่าไม่มีเครื่องทำความอุ่น และฉนวนความร้อน แน่นอนว่าเครื่องนี้ช่วยได้ไม่มากก็น้อยในช่วงฤดูร้อน และฤดูหนาวในหลายเดือน แต่ในช่วงฤดูหนาว มันอาจลำบากหน่อย (แม้ว่าฉันจะอยู่ในเมืองฮอกไกโด แต่มันอาจแตกต่างกันนิดหน่อย และถ้าคุณอยู่ไกลไปทางตอนใต้ อย่างเมืองโอกินาวา อาจไม่ประสบปัญหาดังกล่าวมากนัก) ดังนั้นวิธีการที่คุณทำให้บ้านของคุณอุ่น และการแก้ปัญหาอากาศหนาวจากข้างนอกอย่างไร?

8 วิธีในการเตรียมอพาร์ทเม้นท์(หรือบ้าน)ของคุณ ให้พร้อมสำหรับฤดูหนาว

1.ทำฉนวนความร้อนที่หน้าต่าง!

หนึ่งในสิ่งที่ประหยัดที่สุด (และมีประสิทธิภาพสูง) ที่นำมาทำฉนวน คือการซื้อแผ่นบับเบิ้ลกันกระแทกแบบม้วน คุณสามารถหาซื้อได้ที่ร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไป และราคาอยู่แค่ประมาณ2-300เยน ขึ้นอยู่กับความยาวของม้วน วิธีทำก็ง่าย แค่ทำความสะอาดบานหน้าต่าง และประตู ตัดแผ่นบับเบิ้ลให้ได้ขนาดตามบาน และติดแผ่นบับเบิ้ลลงไปที่บานนั้น ข้อดีของแผ่นบับเบิ้ล คือคุณสามารถเก็บมันไว้ใช้ต่อในปีหน้าได้อีก

2.ปิดร่องกรอบของหน้าต่าง และประตู

แม้ว่าอพาร์ทเม้นท์ที่ใหม่กว่านั้น ขอบของหน้าต่าง และประตู ส่วนใหญ่จะมีลมเย็นพัดเข้ามา แน่นอนว่าคุณสามารถใช้ส่วนที่เหลือจากแผ่นบับเบิ้ลนั้น (ถ้าคุณยังคงมีเหลืออยู่บ้าง) อุดช่องว่างเหล่านั้น และอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยปิดช่องว่างเหล่านั้นได้ คือการใช้ すきまテープ (sukima teepu) ที่ใช่สำหรับปิดช่องว่างเหล่านี้โดยเฉพาะเลย รุ่นที่ถูกจะทำมาจากโฟม กับด้านหลังที่ใช้กาวติด คุณสามารถใช้ปิดช่องว่างรอบกรอบประตู และหน้าต่างได้ แล้วตัวผลิตภัณฑ์ยังบอกอีกว่าสามารถดักจับฝุ่นภายนอกได้ด้วย รุ่นอื่นๆจะทำมาจากวัสดุที่พิเศษกว่า (ที่ไม่ได้ทำจากโฟม) สามารถใช้ปิดช่องว่างของกรอบได้เหมือนกัน (แต่จะมีราคาที่แพงกว่า)

3.ใช้แผ่นกระดานติดที่ด้านล่างของหน้าต่าง และประตู

แผ่นกระดาน (ストップパネル) หรือ แผ่นกระดาน “โคซี่” (ぬくぬくボード) (ซึ่งอาจมีชื่อเรียกอย่างอื่นอีก) อาจทำมาจากพลาสติก หรือโฟมหนากับด้านข้างที่เป็นแผ่นเงินสะท้อน ที่คุณสามารถวางไว้ที่ด้านล่างของประตู หรือหน้าต่าง ตัวหนังสือบนฉลากของสินค้าส่วนใหญ่จะเป็น窓際 (まどぎわ, madogiwa, ใช้สำหรับ “โดย” หรือ “ที่” หน้าต่าง)
*สินค้าที่คล้ายกัน เป็นแผ่นรองที่มีแผ่นเงินสะท้อนติดอยู่ คุณสามารถนอนลงบนพรมลักษณะนี้ได้ด้วยเช่นกัน
*นอกเหนือจากที่กล่าวมาด้านบน คุณสามารถซื้อเทปแบบพิเศษ หรือแผ่นกระดานที่ทำจากโฟม ในกรณีที่มีไอน้ำเกาะ

นี่เป็นเทปพลาสติกที่คุณสามารถติดไปตรงช่องว่างระหว่างประตูเพื่อไม่ให้ลมเข้า

4. หาม่านที่มีความหนา

แม่ของฉันใช้ผ้าม่านที่มีความหนาในช่วงฤดูหนาว เมื่ออากาศนั้นต่ำลง ในกรณีที่เป็นหน้าต่างแบบบานคู่ ถ้าอากาศหนาวมากจริงๆ ให้ลองซื้อผ้าม่านหนาๆ (カーテン) หรืออย่างน้อยก็นำผ้าห่มหนาผืนเก่ามาตัด แล้วแขวนแทน

5.ซื้อเครื่องทำความร้อนมา (หรือฮีทเตอร์…)

แน่นอนว่าสิ่งนี้อาจเป็นตัวเลือกแรกของใครบางคน มีหลายแบบให้เลือกสำหรับเครื่องทำความร้อนนี้ โดยส่วนตัวแล้ว ฉันชอบแบบไฟฟ้า (คาร์บอน)มากกว่า และฉันพบว่าตัวนี้ใช้พลังงานน้อยที่สุด แต่มีเซรามิค ฮาโลเกน คีโรเซน หรือน้ำมัน บางรุ่นอาจมีฉลากติดว่า “เตาอบ” แทนที่จะเป็นคำว่า เครื่องทำความร้อน (ดูได้จากด้านล่าง) แล้วถ้าคุณมีเครื่องปรับอากาศแล้ว บางรุ่นจะมีเครื่องทำความร้อนไปในตัวด้วยเช่นกัน ถ้ามันยังไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร ก็ยังมีเตาอบไม้อยู่
ヒーター (hiitaa) เครื่องทำความร้อน
カーボン (kaabon) คาร์บอน
セラミック (seramikku) เซรามิค
電気 (でんき, denki) ไฟฟ้า
オイル (oiru) น้ำมัน
ストーブ (suto-bu) เตาอบ
石油 (せきゆ, sekiyu) น้ำมัน หรือคีโรเซน

*แซลลี่ แจ้งฉันมาในคอมเม้นท์ว่า คีโรเซนที่ถูกต้อง ต้องใช้คำว่า灯油 (とうゆ, touyu) อย่างไรก็ตาม เว็บAmazon.jp ขึ้นคำว่าเครื่องทำความร้อนที่ทำมาจากแก๊ส หรือคีโรเซน ด้วยคำว่า石油 แต่ฉันเดาว่า คำนี้ใช้เมื่อคุณต้องการซื้อแค่เครื่องทำความร้อนจากแก๊สแบบธรรมดา แต่เมื่อคุณจะซื้อแบบคีโรเซน คุณจะต้องใช้คำว่า灯油, ไม่ใช่ 石油. (ขอบคุณค่ะ แซลลี่!)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ How to heat your home and stay warm in Japan this winter and A guide to heaters in Japan

6. โคะตาสึ (こたつ)
สิ่งประดิษฐ์ที่น่ารักนี้ คือโต๊ะตัวเตี้ย กับเครื่องมือทำความร้อนที่แขวนจากใต้โต๊ะ โดยนำผ้าห่มผืนหนา และสบาย ทับโดยกระดาน 2แผ่นด้านบน แล้วนั่นแหละ! มันดีต่อการทำงาน หรือกินอาหารบนโต๊ะ คุณสามารถนั่งอยู่ได้อย่างอบอุ่น และสบายใต้ผ้าห่มนั้น

7.ถ้าคุณมีฟูกนอน ให้นำแผ่นทำความร้อนไปติด หรือใช้ผ้าห่มไฟฟ้า
ฉันสังเกตว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ค่อยเห็นในประเทศญี่ปุ่น แต่โชคดีที่ฉันมีฟูกอยู่อันนึงที่นำมาจากบ้านของฉันเอง เมื่อครั้งก่อน มันดีมากเลยที่เตียงนี้ให้ความอุ่นได้ดี โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องทำความร้อนตลอดคืน อย่างไรก็ตาม คุณสามารถซื้อผ้าห่มไฟฟ้าได้ง่ายตามร้านขายวัสดุก่อสร้างทั่วไป หรือร้านขายวัสดุในบ้าน คุณสามารถค้นหาคำว่า電気ひざ掛け毛布 (でんき ひざ かけ もうふ). 電気 แปลว่า ไฟฟ้า และคำว่า 毛布 แปลว่า ผ้าห่ม เว็บAmazon.jp มีจำหน่ายอยู่บ้างเล็กน้อย

8.เครื่องดูดความชื้น
ตัวนี้ไม่ใช้เครื่องให้ความร้อน หรือไล่ความเย็นออกไป แต่มันใช้ดีในช่วงอากาศแห้งในฤดูหนาวของประเทศญี่ปุ่น อย่างน้อยมันทำให้เราหายใจง่ายขึ้นในตอนกลางคืน พวกเราพบว่าเครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องดูดความชื้นนั้น สามารถปรับอัตโนมัติ เพื่อป้องกันปริมาณความชื้นที่มีมากเกินไป และปรับคุณภาพอากาศให้ดี คุณสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าได้ว่าคุณต้องการจะให้ปรับแบบอัตโนมัติ หรือปรับเอง แต่แบบ2in1ลดราคาไม่มาก สำหรับเครื่องดูดความชื้น คุณสามารถใช้คำว่า 加湿器 (かしつき, kashitsuki)

จริงๆแล้วมีทางเลือกอีกมากมายที่ทำให้ตัวคุณอุ่น (ขนแกะก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมมาก…) แต่ฉันอยากแบ่งปันไอเดียสำหรับเตรียมความพร้อมในหน้าหนาวหลายเดือนที่กำลังจะมาถึง แล้วคุณล่ะ มีวิธีเตรียมตัวอย่างไรในฤดูหนาว?